Search

รวม 7 อันดับหมาหน้าย่นสุดน่ารักน่าขยำ และเป็นที่นิยมมากที่สุดในตอนนี้

Updated: Mar 29




หมาหน้าย่น เจ้าหมาสายพันธุ์หน้าสั้น ที่มีเอกลักษณ์ผิวหนังย่น มีความน่ารักเป็นของพวกมันเองที่ไม่ว่าใครเห็นก็อยากจะเข้าไปขยำ เข้าไปกอดพวกมันอยู่ตลอด ทุกคนอาจจะกำลังสงสัยว่าหมาหน้าย่น มีพันธุ์อะไรบ้าง? วันนี้ Yora Thailand ได้รวบรวม 7 สายพันธุ์หมาหน้าย่น ประจำปี 2021 ทั้งหมาหน้าย่นตัวเล็ก ตัวใหญ่ พร้อมลักษณะนิสัยและวิธีการดูแล ให้พี่ ๆ ที่สนใจและกำลังศึกษาอยู่ เผื่อเป็นแนวทางช่วยให้ตัดสินใจได้ดีขึ้น มาเริ่มกันที่อันดับแรกเลยครับ




 


1. ปั๊ก (Pug)



เริ่มต้นมาด้วยความน่ารักแบบเต็มอิ่มจาก น้องหมาปั๊ก หมาพันธุ์เล็ก มีลักษณะใบหน้าสั้นพร้อมหน้าตาที่ดูเครียดและกังวลตลอดเวลา เป็นจุดเด่นที่ทำให้พวกมันดูตลกน่าเอ็นดูอยู่เสมอ แต่จริง ๆ แล้วมาจากรอยย่นบนหน้า แถมยังเป็นน้องหมาที่น่ารัก ใจดีมาก ๆ ไม่ว่าใครเห็นก็อดขำและอยากไปกอด แถมมันยังสร้างเสียงหัวเราะให้คนรอบข้างอยู่บ่อยครั้ง น้องหมาปั๊กมีต้นกำเนิดมาจากประเทศจีน แต่ได้รับความนิยมอย่างมากในแถบยุโรป


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์ปั๊ก


การเลี้ยงดูเจ้าปั๊กไม่ได้ยากอย่างที่คิด แต่ด้วยโครงหน้าที่สั้น และผิวหนังที่ย่นทำให้เจอปัญหายิบย่อยที่ต้องคอยป้องกัน โดยหมาพันธุ์นี้จะไม่ถูกกับอาการร้อนชื้น ซึ่งอาจจะทำให้เกิดฮีทสโตรกได้ และอีกทั้งดวงตาที่ใหญ่ ต้องคอยดูแลดี ๆ ไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ แถมปกติแล้วปั๊กจะชอบอยู่กับบ้าน ไม่ชอบออกกำลังกายหนัก เจ้าของบ้านต้องพาออกไปเดินเล่นบ้าง จะได้ควบคุมน้ำหนักไม่ให้อ้วนเกินไป ที่สำคัญเลย อย่าลืมทำความสะอาดรอยย่นบนหน้าเพื่อป้องกันโรคทางผิวหนังด้วย


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์ปั๊ก


อย่างที่กล่าวว่าเจ้าปั๊กต้องควบคุมน้ำหนักเสมอ เพราะว่าหมาพันธุ์นี้มีแนวโน้มว่าจะเป็นโรคอ้วนสูงมาก ด้วยนิสัยที่รักการกิน เจ้าของจึงควรให้กินอาหารวันละ ½-1 ถ้วย และแบ่งเป็น 2 มื้อ โดยไม่ควรให้กินขนมตามใจปาก เน้นไปที่อาหารตามช่วงอายุ ที่มีส่วนผสมของไฟเบอร์และโปรตีนสูง ให้พลังงานต่ำ เพื่อที่จะได้ “อิ่มแต่ไม่อ้วน” นั่นเอง


ราคาหมาพันธุ์ปั๊ก


4,000 - 10,000 บาท (ขึ้นอยู่กับสี ลักษณะทางกายภาพ และสายเลือด)

 

2. อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)



น้องหมาหน้าย่นขนาดกลาง 1 ใน 3 ของตระกูลบูลด็อก (อีก 2 สายพันธุ์ได้แก่ อเมริกันบูลด็อก และ เฟรนช์บูลด็อก) เจ้าหมาขาโหดจากเมืองผู้ดีอังกฤษ ที่ถูกเรียกว่า “Bull” เพราะเมื่อก่อนมักนำมาใช้ในการต่อสู้กับวัว ณ ปัจจุบัน เจ้าอิงลิช บูลด็อกได้รับการพัฒนาสายพันธุ์มาเป็นน้องหมาที่เชื่องและอ่อนโยนต่อเด็ก เจ้าบูลด็อกพันธุ์นี้มีลักษณะ ตัวใหญ่ หัวใหญ่ หน้าผากย่น หูเล็ก ไม่ว่าใครเห็นก็ต้องเอ็นดูกับหน้าตาของมันแน่นอน


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก


ด้วยลักษณะผิวหนังที่ย่น ทำให้เจ้าของอิงลิช บูลด็อกต้องใส่ใจกับผิวหนังเป็นพิเศษเหมือนกับหมาปั๊ก โดยต้องทำความสะอาดตรงรอยย่อน และหมั่นพาไปออกกำลังกายบ่อย ๆ เพื่อป้องกันโรคอ้วน เช่นกันด้วยจมูกที่สั้น ที่ทำให้ไวต่อความร้อน เจ้าบูลด็อกไม่ควรอยู่ในที่ ๆ อากาศร้อนชื้นเป็นเวลานาน เพราะจะทำให้เกิดฮีทสโตรกได้


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์อิงลิช บูลด็อก


งานวิจัยเกี่ยวกับบูลด็อกพบว่า 75% ของหมาพันธุ์นี้ มีปัญหาเกี่ยวกับกรดไหลย้อนและโรคกระเพาะ เจ้าของควรใส่ใจเรื่ิองอาหารการกินเป็นพิเศษ โดยอาหารควรมีส่วนผสมที่ย่อยง่าย ไม่แน่น และไม่รสเค็มหรือหวานจัดเกินไป และต้องคอยควบคุมปริมาณให้เหมาะสมกับน้ำหนักตัว อายุ และการออกกำลังกายของน้องหมาด้วย


ราคาหมาพันธุ์อิงลิช บูลด็อก


8,000 - 30,000 บาท

 

3. เฟรนช์บูลด็อก (French Bulldog)



เรียกสั้น ๆ ว่า “เฟรนช์ชี่” อีกหนึ่งน้องหมาหน้าย่นขนาดเล็ก ในตระกูลบูลด็อก แน่นอนว่ามีเชื้อสายมาจากประเทศฝรั่งเศส ต้นกำเนิดมาจากการผสมพันธุ์ของอิงลิช บูลด็อก และ บอสตันเทอร์เรีย ลักษณะเด่นของมันคือ หน้าสั้น หูตั้ง ตัวเล็กแต่กล้ามเนื้อแน่นกำยำ ไม่ว่าใครก็ติดใจกับนิสัยอันขี้อ้อน ไม่ก้าวร้าว เห่าน้อย แถมยังแข็งแรงมากอีกด้วย


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์เฟรนช์บูลด็อก


เนื่องจากมีใบหน้าและจมูกที่สั้น เจ้าเฟรนช์บูลด็อกจึงมีปัญหาเกี่ยวกับระบบหายใจบ่อย ๆ ถ้าน้องหมาหายใจทางปากถี่บ่อยขึ้น ให้รีบนำเข้าที่ร่มหรือห้องแอร์เพื่อป้องกันอาการฮีทสโตรก หรือเอาน้ำราดตัวเพื่อลดอุณหภูมิในร่างกายให้ไวที่สุด การออกกำลังกายอาจจะไม่ต้องหนักมาก เพียง 2-3 ครั้งต่อสัปดาห์ให้ขยับร่างกายบ้างจะดีมาก แถมยังช่วยบริหารกล้ามเนื้อให้สวย กำยำอยู่สม่ำเสมอด้วย


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์เฟรนข์บูลด็อก


เนื่องจากลำไส้ของน้องเฟรนช์ บูลด็อก ใหญ่และสะสมแบททีเรียได้มากกว่าพันธุ์อื่น ๆ จึงมีแนวโน้มที่จะเกิดท้องอืดได้ง่าย เจ้าของควรเลือกอาหารที่มีส่วนผสมของโปรตีน และพรีไบโอติกเพื่อช่วยส่งเสริมการทำงานของลำไส้ให้ขับถ่ายง่าย ไม่ปวดท้อง และควบคุมปริมาณให้พอเหมาะกับน้ำหนักตัวและการออกกำลังกาย


ราคาหมาพันธุ์เฟรนข์บูลด็อก


7,000 - 50,000 บาท

 

4. บูลมาสทิฟฟ์ (Bullmastiff)



เจ้าหมาหน้าย่นตัวใหญ่ แข็งแรง จมูกไว! เป็นอีกพันธุ์ผสมของหมาบูลด็อกและหมามาสติฟฟ์ ลักษณะเด่นของมันคือศรีษะที่กว้าง ปากย่นสั้น ทรงสี่เหลี่ยม มีพละกำลังล้นหลาม คล่องแคล่ว และประสาทการรับกลิ่นไวมาก ด้วยความที่มีนิสัยขี้ระแวงกับคนแปลกหน้า ผู้คนมักจะเลี้ยงน้องไว้เฝ้าบ้าน หรืองานเฝ้ายามอยู่บ่อย ๆ


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์บูลมาสทิฟฟ์


ถึงแม้ว่าเจ้าบูลมาสทิฟฟ์จะสุภาพ เป็นมิตรกับคนในบ้าน แต่ด้วยพละกำลังอันมหาศาลของมัน ถ้าในครอบครัวมีเด็กอยู่ด้วย อาจจะต้องคอยควบคุมการเล่นของมัน ไม่ให้หนักหรือแรงเกิน เพราะอาจจะเกิดอุบัติเหตุได้ ถึงแม้จะขนาดตัวใหญ่ เจ้าหมาพันธุ์นี้ก็ไม่จำเป็นต้องออกกำลังกายหนัก เดินเล่นเพียง 2-3 ครั้งต่อวัน จะทำให้ไม่เครียดและเพียงพอต่อความต้องการของพวกมัน และอย่าลืมที่จะพาพวกมันไปตรวจสุขภาพประจำปี เพื่อป้องกันโรคภัยอย่างมะเร็ง หรือปัญหาด้านกระดูกข้อต่อต่าง ๆ ด้วย


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์บูลมาสทิฟฟ์


โดยทั่วไปหมาพันธุ์นี้มักจะสุขภาพดีอยู่แล้ว แต่ควรระวังในเรื่องของอาหารการกิน เพราะน้ำหนักจะเพิ่มง่ายมาก ดังนั้นการแบ่งอาหารเป็นมื้อ ๆ จะตอบโจทย์กว่าการทาน 1 มื้อใหญ่ต่อวัน

ราคาหมาพันธุ์บูลมาสทิฟฟ์


30,000 - 50,000 บาท

 

5. บ็อกเซอร์ (Boxer)



น้องหมาบ็อกเซอร์ หมาหน้าย่น สุดเฟรนด์ลี่ เอเนอจี้ล้นหลามไม่ต่างจากพันธุ์อื่น ๆ ลักษณะเด่นของมันคือหัวทรงสี่เหลี่ยม และขนาดปากที่รับกับทรงหัว ทำให้พวกมันดูสง่างาม พร้อมอุปนิสัยที่ตื่นตัว กะตือรือร้นอยู่เสมอ ถ้าหมั่นฝึกฝนการเข้าสังคมตั้งแต่เด็ก จะทำให้พวกมันโตมามีนิสัยเป็นมิตรกับคนรอบข้าง และในทางกลับกันอาจจะมีนิสัยดุร้าย หากเจ้าบ็อกเซอร์รู้สึกไม่ปลอดภัย


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์บ็อกเซอร์


บ็อกเซอร์เป็นหมาที่ต้องการการออกกำลังกาย เป็นเวลานาน อย่างสม่ำเสมอ โดยเจ้าของอาจจะพาพวกมันไปวิ่ง คาบกิ่งไม้ หรือเดินเล่นสัก 45 นาที - 1 ชั่วโมงต่อวัน ในสภาพอากาศที่ไม่ร้อนหรือเย็นจัดเกินไปกำลังดี และหมั่นพาไปตรวจสุขภาพบ่อย ๆ เพราะพวกมันจะมีปัญหาในด้านข้อต่อและกระดูกเสื่อม ซึ่งเป็นลักษณะทางพันธุกรรมที่ถ่ายทอดจากรุ่นสู่รุ่นได้ ที่สำคัญต้องคอยเช็ดและทำความสะอาดผิวหนังบ่อย ๆ เนื่องจากพวกมันมีขนที่สั้น อาจจะทำให้เกิดราและยีสต์เกาะได้หากตัวไม่สะอาด


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์บ็อกเซอร์


แน่นอนว่าพลังงานอันล้นหลาม ก็ส่งผลต่อนิสัยการกินของพวกมันด้วยเช่นกัน บ็อกเซอร์กินไว กินเยอะ เสี่ยงต่อสภาวะลำไส้บิด ทางที่ดีพี่ ๆ เจ้าของบ็อกเซอร์ควรแบ่งอาหารเป็น 2 มื้อ มื้อละถ้วย ให้พวกมันค่อย ๆ กิน และแบ่งปริมาณตามอายุ น้ำหนัก และระบบเผาผลาญของพวกมันด้วย


ราคาหมาพันธุ์บ็อกเซอร์


8,000 - 20,000 บาท

 

6. ชาเป่ย​ (Sharpei)



เจ้าหมาสายพันธุ์จีน มณฑลกวางตุ้ง ที่มีลักษณะโดดเด่นด้านความยับยู่ยี่ที่สุด ในบรรดาเจ้าหมาหน้าย่น เพราะเจ้าซาเป่ยมีผิวหนังยับย่นตั้งแต่หัวไปจรดเท้า ไม่ว่าใครเห็นก็รู้สึกเอ็นดู อยากขย้ำ เข้าไปกอดพวกมันแน่นอน เจ้าชาเป่ยมีลักษณะนิสัยสุขุม มาดนิ่ง อาจจะดูหยิ่งและไม่เป็นมิตรกับคนแปลกหน้า แต่พวกมันซื่อสัตย์และขี้ประจบเจ้าของสุด ๆ พวกมันจึงเป็นอีกทางเลือกที่ดีสำหรับผู้ที่ต้องการมีสุนัขเฝ้าบ้าน


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์ชาเป่ย


ด้วยความย่นไปทั้งตัว อาจจะทำให้ผิวหนังเกิดความอับชื้นได้ง่าย เจ้าชาเป่ยจึงเป็นหมาหน้าย่นประเภทที่ต้องการความสะอาดเป็นอยากสูง หมั่นทำความสะอาด พาไปอาบน้ำบ่อย ๆ ระมัดระวังเรื่องกระดูก และข้อสะโพกต่าง ๆ รวมถึงโรค Sharpei Fever ที่จะเกิดขึ้นในสุนัขสายพันธุ์จีนโดยเฉพาะ โดยจะมีอาการข้อต่อหลังบวม ไข้ขึ้น เบื่ออาหาร ดังนั้นอย่าลืมที่จะพาเจ้าชาเป่ยไปตรวจสุขภาพ ถ่ายพยาธิ และฉีดวัคซีนประจำปีทุกครั้งนะครับ


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์ชาเป่ย


เจ้าชาเป่ยควรหลีกเลี่ยงอาหารที่ใส่สีสังเคราะห์ วัตถุกันเสียและเนื้อแดง รวมถึงข้าวโพดและถั่วเหลือง เพราะจะทำให้เกิดภูมิแพ้ได้ และที่สำคัญควรจัดสรรปริมาณและมื้ออาหารให้เหมาะกับอายุและน้ำหนักของพวกมันด้วย


ราคาหมาพันธุ์ชาเป่ย

7,000 - 30,000 บาท

 

7. บอสตัน เทอร์เรีย (Boston Terrier)



เจ้าหมาหน้าย่นตัวสุดท้าย บอสตัน เทอร์เรีย หรือที่รู้จักกันว่า “สุภาพบุรุษอเมริกา” เป็นหมาหน้าย่นขนาดเล้ก ลูกผสมของเจ้าบูลด็อกและไวท์อิงลิชเทอร์เรีย ลักษณะเด่นของมันคือลักษณะหัวที่คล้ายกระสุนปืน หูตั้ง หน้าตาเป็นมิตร และใบหน้าที่ย่นเล็กน้อย แถมหางที่สั้นกุด ทำให้เวลาเดิน หรือหางกระดิก มีท่าทางตลก น่าเอ็นดู ทำให้ใครเห็นก็ต่างหลงรักกันเป็นแถบ ๆ เจ้าบอสตัน เทอร์เรีย มีนิสัยร่าเริง เป็นมิตรกับทุกคน แถมยังชอบเลียนแบบนิสัยคนอีกด้วย


วิธีดูแลสุนัขพันธุ์บอสตัน เทอร์เรีย


ด้วยความที่เป็นหมาพันธุ์เล็ก พวกมันจึงไม่ต้องการการออกกำลังกายที่หักโหม เพียงพาไปเดินเล่นในพื้นที่อากาศปลอดโปร่งวันละ 15-30 นาที ก็เพียงพอ เจ้าบอสตัน เทอร์เรียมีขนที่สั้น จึงไม่ถูกกับอากาศร้อนจัด เพราะอาจจะทำให้อุณหภูมิในร่างกายสูงเกินไปได้ ที่สำคัญเจ้าหมาหน้าย่นพันธุ์นี้มักมีปัญหาเกี่ยวกับตาต่าง ๆ เช่นภาวะต้อกระจก เชอร์รี่อาย หรือกระจกตาเป็นแผล เจ้าของจึงต้องระมัดระวังไม่ให้เกิดอุบัติเหตุ


อาหารการกินสำหรับหมาพันธุ์บอสตัน เทอร์เรีย


เจ้าบอสตัน เทอร์เรีย ช่างเลือก ขี้เหนียวและบางทีก็กินยาก เจ้าของต้องคอยดูปริมาณและส่วนผสมของอาหารให้เหมาะสมกับอายุและน้ำหนัก ซึ่งการกินอาหารพรีเมี่ยม คุณภาพดีจะช่วยให้พวกมันสุขภาพแข็งแรง อายุยืนยาวได้


ราคาหมาพันธุ์บอสตัน เทอร์เรีย


8,000 - 30,000 บาท


 

เจ้าหมาหน้าย่นทั้งหลายไม่ได้เลี้ยงยากอย่างที่คิด เพียงหมั่นใส่ใจในร่างกายและสภาพจิตใจของพวกมันก็จะทำให้น้องหมาแข็งแรงอยู่กับเราไปนาน ๆ ได้ และที่สำคัญที่สุดในเรื่องของอาหารการกิน ควรเลือกอาหารสุนัขเกรดพรีเมี่ยม ที่ให้โภชนาการสูง ดีต่อสุขภาพน้องหมาและโลก พวกเราจึงขอฝาก Yora อาหารหมาเกรดพรีเมี่ยมจากโปรตีนแมลง เจ้าแรกของประเทศไทยด้วยนะครับ



2,622 views0 comments