top of page
Search

18 สายพันธ์ุน้องหมาพันธุ์ใหญ่ น่าเลี้ยงไว้เป็นเพื่อนเฝ้าบ้าน [พร้อมราคา]

Updated: Apr 24, 2022


 

หมาพันธุ์ใหญ่น่ารักน่าเลี้ยง ขนยาว ขนสั้น กอดอุ่นๆ

 


หมาพันธุ์ใหญ่ น่ารัก เลี้ยงง่าย ใช้เป็น Guard Dog ช่วยเฝ้าบ้านได้

 

มาเริ่มกันที่สุนัขพันธุ์ใหญ่กันก่อนเลยดีกว่า สำหรับเพื่อนๆคนไหนที่คิดว่าหมาพันธุ์เล็กยังไม่โดนใจ ลองมาหาสุนัขพันธุ์ใหญ่กอดอุ่นๆไว้เป็นเพื่อนเล่นยามเหงา และทำหน้าที่เฝ้าบ้านไปในเวลาเดียวกัน ขอบอกไว้ก่อนว่าใบบทความนี้เราได้เตรียมราคาซื้อ-ขาย โดยประมาณของสุนัขพันธ์ุใหญ่แต่ละพันธุ์ แต่ถ้าเพื่อนๆคนไหนชอบและอยากเช็คราคาสุนัขพันธ์ุเล็ก ทางเราก็มีเตรียมไว้ให้เช่นกัน เมื่อทราบราคาสุนัขแต่ละสายพันธุ์คร่าวๆแล้วก็อย่ารอช้ากันอยู่เลยครับ วันนี้ Yora Thailand ขอแนะนำ 18 สายพันธ์ุน้องหมาพันธุ์ใหญ่ น่ารักน่าเลี้ยง ไว้เป็นเพื่อนสี่ขา เป็นพี่ใหญ่ใจดี แต่ก็ดูน่าเกรงขาม และสามารถปกป้องคนในครอบครัวได้ โดยเรารวมเอาข้อมูลของน้องหมา ได้แก่ ลักษณะทั่วไป นิสัยใจคอ โรคต่าง ๆ ที่ควรระวัง ราคาโดยประมาณ ฟาร์มแนะนำในไทย และอาหารที่เหมาะสมไว้ให้แล้ว เอาหล่ะ อย่ารอช้า ไปดูกันเลยครับ

Dog food

 

1. อลาสกัน มาลามิวท์ (Alaskan Malamute)



เริ่มต้นกันที่เจ้าหมาตัวยักษ์กอดอุ่นอย่าง ‘อลาสกัน มาลามิวท์’ ที่มักจะโดนเข้าใจผิดว่าเป็น ไซบีเรียน ฮัสกี้ แต่จริง ๆ แล้วสองสายพันธุ์นี้มีความแตกต่างกันอยู่เหมือนกันนะครับ โดยเฉพาะเรื่องของขนาดที่อลาสกันจะตัวใหญ่กว่าชัดเจน แต่ในส่วนของความซุกซนนั่นก็แอบเป็นรองฮัสกี้อยู่นิดหน่อย จุดกำเนิดของสุนัขพันธุ์นี้มาจากชนเผ่ามาลามิวท์ (Malamute) ที่อาศัยอยู่ทางตอนเหนือของอลาสก้า ทำหน้าที่เป็นสุนัขลากเลื่อนของหนัก ๆ ไปตามเส้นทางหิมะ เพราะน้องหมาตัวใหญ่พันธุ์นี้มีพละกำลังมาก และแรงเยอะสุด ๆ ไปเลย


ลักษณะทั่วไป

  • หูตั้งเป็นสามเหลี่ยม จมูกยาว

  • โครงสร้างกระดูกใหญ่ และแข็งแรงมาก

  • ขนฟูปุกปุยทั่วตัว มีหลายสี

  • น้ำหนักเฉลี่ย 30 - 40 กิโลกรัม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • รักอิสระ ชอบผจญภัยท่องโลกกว้าง

  • กระตือรือร้น (แต่ไม่ซนเท่าเจ้าฮัสกี้)

  • เป็นมิตรกับมนุษย์ ชอบอยู่ใกล้ ๆ เจ้าของ

  • ไม่ค่อยเห่า แต่อาจจะหอนแทน บรู๊วววว

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) เกิดขึ้นบ่อยมากในสุขันที่มีน้ำหนักตัวเยอะ มักเริ่มต้นมาจากกระดูกข้อต่อขาหลังหลวม หากปล่อยไว้ไม่รักษาให้ทันท่วงทีก็อาจนำไปสู่อาการอัมพาตจนไม่สามารถใช้ชีวิตได้ปกติ ป้องกันได้โดยการให้อาหารที่ค่าโภชนาการเหมาะสม และออกกำลังกายแบบพอดี


อาหารที่เหมาะสม : เพราะพี่ใหญ่พันธุ์อลาสกันมีร่างกายที่แข็งแรง พร้อมวิ่งเล่นออกกำลังกายอยู่ตลอดเวลา อาหารจึงเป็นส่วนสำคัญมากที่จะทำให้เจ้าตูบมีคุณภาพชีวิตที่สมบูรณ์ เจ้าของควรเลือกอาหารสุนัขสายพันธุ์ใหญ่ที่มีคุณภาพ มีปริมาณโปรตีนสูง รวมไปถึงมีสารอาหารอื่น ๆ ในปริมาณที่เหมาะสม ต้องแบ่งอาหารออกเป็นมื้อเล็ก ๆ ระหว่างวัน และจำกัดปริมาณอาหารให้พอดี เพื่อป้องกันปัญหาเรื่องน้ำหนักเกิน ยิ่งช่วงที่น้องแก่ตัวลง น้ำหนักสุนัขพันธุ์นี้จะขึ้นได้ง่าย และความคึกอาจจะลดลงแม่แก่ตัวลง จึงต้องมีวิธีการดูแลสุนัขพันธุ์นี้เป็นพิเศษเมื่อแก่ตัวลงไป


ราคา : 40,000 - 80,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : Alaskandog (จำหน่ายสุนัข Alaskan พันธุ์แท้)


 

2. คอลลี่​ (Rough Collie)



สุนัขพันธุ์ ‘คอลลี่’ น้องหมาต้อนแกะแสนฉลาดของประเทศสกอตแลนด์ เป็นอีกหนึ่งหมาพันธุ์ใหญ่ขนยาวที่น่ารักตลอดกาล เพราะด้วยหน้าตาอันบ๊องแบ๊ว ผสานกับความฉลาดรอบรู้ของเจ้าตูบพันธุ์นี้ รับรองว่าจะต้องกลายเป็นที่รักของคนทั้งบ้านแน่นอนครับ และถึงแม้เมื่อก่อนเจ้าคอลลี่จะเคยเป็นแรงงานในฟาร์มแกะ แต่ในปัจจุบันเราอาจะเห็นน้องหมาพันธุ์นี้เข้าร่วมรายการแข่งขัน โดยสามารถโชว์ทักษะวิ่งไวและทำตามคำสั่งได้อย่างเฉียบคม บอกเลยว่าสอนให้ทำตามคำสั่งได้ไม่ยากแน่นอนครับ


ลักษณะทั่วไป

  • จมูกยาวอย่างเห็นได้ชัด

  • ขนยาวตรง เงาสรวย

  • ใบหูใหญ่เป็นสามเหลี่ยม

  • อายุเฉลี่ย 10 - 16 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • กระตือรือร้น ชอบเล่นซนตลอดเวลา

  • เข้ากับทุกคนในครอบครัวได้ดี

  • รักเด็ก เหมาะสำหรับบ้านที่มีน้อง ๆ

  • อาจจะเห่าไม่หยุด เมื่อเบื่อ หรือเจอคนแปลกหน้า

โรคที่ควรระวัง

  • มะเร็งในสุนัข (Dogs Cancer) จากผลสำรวจพบว่ามากกว่าหนึ่งส่วนสี่ของสุนัขพันธุ์นี้เจอปัญหาเรื่องมะเร็ง ซึ่งอาจเกิดได้จากหลายปัจจัย เช่น กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และอาหาร เจ้าของควรป้องกันแต่เนิ่น ๆ ในเรื่องที่ควบคุมได้ โดยเฉพาะการใส่ใจเลือกเรื่องอาหารคุณภาพสูง


อาหารที่เหมาะสม : อาหารที่เหมาะสมของเจ้าตูบพันธุ์คอลลี่ คืออาหารที่อุดมไปด้วยคุณค่าโภชนาการสูง เพื่อให้สมดุลกับพลังงานที่คอลลี่ต้องใช้วิ่งเล่นในแต่ละวันและบำรุงขนให้สรวยอยู่เสมอ เจ้าของควรคำนวณปริมาณอาหารที่เหมาะสมของน้องหมาแต่ละตัว โดยปกติแล้วหมาพันธุ์นี้ต้องการโปรตีนที่มากกว่าปกติเล็กน้อย และควรแบ่งออกเป็น 2 - 3 มื้อย่อยต่อวัน


ราคา : 6,000 - 30,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : ฟาร์มสุนัขราฟคอลลี่ประเทศไทย

 

3. ไซบีเรียน ฮัสกี้ (Siberian Husky)



หนึ่งในสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่นิยมเลี้ยงกันสุด ๆ ก็คงจะหนีไม่พ้นเจ้าฮัสกี้ ขนปุย ตาฟ้า มองมุมไหนก็หล่อเท่ห์ใช่เล่น สุนัขพันธุ์นี้ถือว่ามีพลังล้นเหลือ กระตือรือร้น มีเสน่ห์ในตัว มีความขี้อ้อน ชอบอยู่ใกล้เจ้าของ บางตัวมีพรสวรรค์สามารถพูดหรือร้องเพลงได้ด้วย โดยต้นกำเนิดของพันธุ์นี้มาจากแถบไซบีเรียของประเทศรัสเซีย เริ่มมาจากการเป็น Working Dog หรือสุนัขใช้งานมาก่อน โดยส่วนใหญ่จะทำหน้าที่เป็นหมาลากเลื่อนอยู่บริเวณเขตพื้นที่หนาวเย็น แต่ถึงแม้ว่าจะทำงานหนักได้ แต่เจ้านี้ก็แสบใช่เล่น จนได้ฉายาว่า ‘ไซบีลิง’ เลยล่ะครับ วิธีดูแลหมาพันธุ์ไซบีเรียนก็ไม่อยากครับ แค่ปล่อยให้น้องได้วิ่งเยอะๆ เพราะสุนัขพันธุ์ไซบีเรียนพลังงานล้นเหลือมาก


ลักษณะทั่วไป

  • มีขนฟูหนา ดวงตารูปอัลมอนด์

  • หูตั้งสง่าเป็นรูปสามเหลี่ยม รับสัญญาณเสียงได้ชัดเจน

  • จมูกยาวกำลังดี ประสาทรับกลิ่นดีมาก

  • น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 18 - 27 กิโลกรัม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • พลังงานเหลือล้น ชอบวิ่งซน

  • ร่าเริง อารมณ์ดี ขี้อ้อน

  • ชอบหอนมากกว่าเห่า บางตัวร้อง chorus ตามได้เลย

  • ฉลาด เรียนรู้ง่าย (ล็อกกรงดี ๆ นะครับ เพราะเค้าอาจแอบเปิดประตูกรงเองได้)

โรคที่ควรระวัง

  • โรค GDV : Gastric Dilatation Volvulus (กระเพาะอาหารขยายและบิดตัว) มักเกิดจากการที่เจ้าฮัสกี้รีบกินอาหารหรือน้ำในปริมาณที่มากเกินไปหลังวิ่งเล่นเสร็จ จนเกิดการบิดตัวของกระเพาะอาหารจนเสียชีวิต หลีกเลี่ยงได้ด้วยการใส่ใจดูแลเรื่องปริมาณอาหารและน้ำ ไม่วางเผื่อไว้จนเยอะเกินไป แถมยังมีโรคต่างๆในสุนัขที่ต้องระวังเมื่อสุนัขพันธุ์นี้อายุเยอะขึ้น อย่างที่เคยได้ยินกันว่าหมาเมืองนอกมักจะอ่อนแอป่วยง่ายก็อาจจะไม่ใช่คำพูดที่เกินจริงไปนัก


อาหารที่เหมาะสม : ใครสนใจอยากเลี้ยงเจ้าตูบพันธุ์นี้ ต้องแน่ใจว่ามีพื้นที่มากพอให้เขาได้วิ่งเล่นออกกำลังกายอย่างสม่ำเสมออย่างน้อยวันละ 1 ชั่วโมง แต่ถึงแม้ว่าฮัสกี้จะใช้พลังงานเยอะ แต่เขากลับต้องการอาหารที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะฉะนั้นเจ้าของต้องมั่นใจว่าสิ่งที่น้อง ๆ ได้รับนั้นมีคุณภาพ มีโปรตีนสูง เป็นอาหารเกรดพรีเมี่ยม ครบถ้วนตามโภชนาการที่หมาพันธุ์ใหญ่ต้องการ


ราคา : 6,000 - 50,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : ฟาร์ม ALL BEST KENNEL

 

4. ชามอย (Samoyed)



นอกเหนือจากพี่เบิ้มขนปุยสายพันธุ์อื่นแล้ว สุนัขพันธุ์ชามอย ก็ถือเป็นอีกพันธุ์ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทย เพราะด้วยอุปนิสัยที่เฟรนด์ลี่และชอบเจอผู้คน ทำให้ชามอยเป็นทั้งสุนัขเฝ้าบ้านที่ดีและยังสามารถพาออกไปเที่ยวเล่นได้ไม่ต่างกับหมาพันธุ์เล็กเลย และถึงแม้ต้นกำเนิดจะเคยเป็นหมาล่ากวางมาก่อน ก็ไม่ทำให้ชามอยลดความหล่อเหลาลงแม้แต่น้อย แถมยังมีรอยยิ้มที่น่ารักน่าเอ็นดู ที่เรียกกันว่า Sammie Smile อีก รับรองว่าเดินไปทางไหนต้องมีคนหยุดเล่นกับน้องแน่นอน


ลักษณะทั่วไป

  • น้ำหนักประมาณ 20 - 30 กิโลกรัมง

  • ขนสีขาวปุกปุยทั้วตัว (เหมือนหมีโพลาเลย!)

  • หางม้วนเป็นพุ่ม ชี้สวยงาม

  • มีอายุขัยยาวนานถึง 12 - 14 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • มีความกล้าหาญและอดทน

  • กระตือรือร้น ชอบเรียนรู้สิ่งใหม่ๆ

  • มักอ้อนเจ้าของ ต้องการความรักอยู่ตลอดเวลา

  • เข้ากับสัตว์เลี้ยงชนิดอื่นๆ ได้ดี

โรคที่ควรระวัง :

มีข้อมูลระบุไว้จาก American Kennel Club ว่าน้องหมาพันธุ์ชามอยค่อนข้างที่จะแข็งแรงถ้าเทียบกับสุนัขใหญ่พันธุ์อื่นๆ แต่อาจเจอปัญหาทั่วไปเช่น โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia), ปัญหาเกี่ยวกับตา หรือโรคเกี่ยวกับหัวใจ สิ่งสำคัญคือเจ้าของต้องหมั่นแปรงฟันให้ชามอยบ่อยๆ เพื่อสุขภาพช่องปากที่ดีด้วยนะครับ


อาหารที่เหมาะสม : ไม่ต่างจากสุนัขพันธุ์อื่นๆ พี่หมีขาวชามอยเองก็ต้องการอาหารที่มีคุณภาพสูง เต็มเปี่ยมไปด้วยโภชนาการ และมีความหลากหลาย ควรเลือกอาหารให้เหมาะกับช่วงวัยรวมไปถึงควบคุมปริมาณอาหารให้พอเหมาะพอดี ไม่มากจนเกินไปที่อาจทำให้เกิดปัญหาน้ำหนักเกินได้


ราคา : 40,000 บาทขึ้นไป

ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : Maeluga Samoyed


 


5.อัลเซเชี่ยล (German Shepherd/ Alsatian)



หลาย ๆ คนอาจเคยเห็นเจ้าหมาพันธุ์ ‘อัลเซเชี่ยล’ หรืออีกชื่อคือ ‘เยอรมันเชพเพิร์ด’ ทำหน้าที่เป็นสุนัขตำรวจสุดเท่ห์กันใช่ไหมล่ะครับ ก็เพราะสุนัขพันธุ์นี้ฉลาด และทำตามคำสั่งได้ดีสุด ๆ เหมาะมากกับบ้านที่กำลังตามหาสุนัขเฝ้าบ้านนิสัยใจดี สามารถเข้าได้กับทุกคนในบ้าน แต่กลับดุดันและห้าวหาญกับใครก็ตามที่เข้ามาเยือนถิ่นโดยไม่ได้รับอนุญาต รับรองว่างานนี้โจรมีกระเจิง! เป็นอีกหนึ่งหมาพันธุ์ใหญ่น่าเลี้ยงที่แนะนำเลยครับ


ลักษณะทั่วไป

  • โครงสร้างใหญ่ น้ำหนักอยู่ที่ 22 - 40 กิโลกรัม

  • หูตั้ง รับสัญญาณเสียงได้ดี

  • จมูกยาวสีดำ ดมกลิ่นได้อย่างแม่นยำ

  • อายุเฉลี่ยประมาณ 9 - 13 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ฉลาด และเชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของ

  • ซื่อสัตย์ สามารถป้องกันอันตรายที่จะเข้ามาถึงตัวเจ้าของได้ดี

  • กระตือรือร้น ชอบผจญภัยค้นหาสิ่งรอบตัว

  • ใจดี แต่จะไม่เข้าหาคนแปลกหน้าก่อน

โรคที่ควรระวัง

  • โรคไขสันหลังเสื่อม (Degenerative Myelopathy) เป็นโรคที่มักเกิดกับสุนัขพันธุ์ใหญ่ที่เคลื่อนตัวหรือออกกำลังกายบ่อย โดยจะเริ่มจากการอักเสบบริเวณระบบประสาทและทำให้น้องหมาเป็นอัมพาตในที่สุด


อาหารที่เหมาะสม : อาหารที่เหมาะสมกับสุนัขพันธุ์เยอรมันเชพเพิร์ด คืออาหารที่มีสารอาหารคุณภาพสูง เพราะเจ้าตูบพันธุ์นี้ต้องใช้พลังงานในการออกกำลังกายและทำหน้าที่เป็นยามเฝ้าบ้านที่ตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา เจ้าของควรเลือกอาหารที่ไม่มีส่วนประกอบของ By-product (เศษอาหารเหลือแปรรูป) และควรจำกัดเรื่องปริมาณไขมันในอาหาร เพราะหากน้องหมาน้ำหนักมากจนเกินไป ก็อาจนำไปสู่ปัญหาด้านกระดูกข้อต่อในอนาคตได้ครับ


ราคา : 8,000 - 50,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : เยอรมันเชพเพิร์ด The Seasons Kennel

 

6. เชาเชา (Chow Chow)



ปิดท้ายกันที่หมีใหญ่ตัวเบิ้มขนฟูอย่าง ‘เชาเชา’ สุนัขที่มีต้นกำเนิดยาวนานจากมองโกเลีย เหมาะกับเป็นน้องหมาเฝ้าบ้าน ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่ไม่ว่าใครเห็นเป็นต้นหันหลังหนีแน่นอน อย่างไรก็ตามเชาเชาเองไม่ได้มีความดุร้ายหรือเกรี้ยวกราด หากแต่เป็นหมาที่รักความสงบ ชอบอยู่นิ่งๆ และชอบอิสระทำตามใจตัวเอง ปัจจุบันถือเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์หมาใหญ่ที่ได้รับความนิยมในประเทศไทยมากเลยล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • มีขนหนา 2 ชั้น

  • มีลิ้นสีเทาน้ำเงินหรือเทาม่วง ซึ่งพบได้ในเชาเชาเท่านั้น

  • มีอายุยาวนานได้ถึง 15 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • รักอิสระ ชอบเดินเตล็ดเตร่เรียนรู้สิ่งต่างๆ รอบตัว

  • ไม่ค่อยกระตือรือร้นวิ่งเล่นมากนัก สามารถเลี้ยงในบ้านพักแบบปิดได้

  • สามารถเข้ากับเด็กได้ดี

  • รักเจ้าของ ชอบได้รับความรักอยู่เรื่อยๆ

โรคที่ควรระวัง : แน่นอนว่าปัญหาที่เกิดขึ้นกับเชาเชาก็คือปัญหาเกี่ยวกับข้อต่อ อันเป็นผลมาจากน้ำหนักตัวที่เยอะ อย่างไรก็ตาม ขนที่ยาวปุกปุยนั้นต้องการการดูแลเป็นพิเศษ เจ้าของควรหมั่นหวีขนสัปดาห์ละอย่างน้อย 2 ครั้ง รวมถึงทำความสะอาดส่วนอับชื้นบริเวณใบหน้าและดวงตาเพื่อป้องกันโรคเกี่ยวกับผิวหนัง

อาหารที่เหมาะสม : วิธีให้อาหารที่พิเศษสำหรับเชาเชาคือการผสมน้ำลงไปในอาหารเล็กน้อย เพื่อให้การกลืนเป็นไปได้ง่ายขึ้น ไม่ดึงอากาศลงไปมากเกินจนเกิดอาการท้องอืด แต่อย่างไรก็ตามอาหารที่ให้เจ้าเชาเชาควรมีปริมาณโภชนาการที่เหมาะสม รวมถึงหมั่นสังเกตุอาการแพ้ทางผิวหนังของสุนัขให้ดี ควรเลือกอาหารพรีเมี่ยมสำหรับหมาพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะ และควรหลีกเลี่ยงโปรตีนจากสัตว์ทั่วไปที่ส่งผลให้เกิดการระคายเคือง เช่น ไก่หรือวัว

ราคา : 30,000 เป็นต้นไป

ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : Manju Chows เชาว์เชาว์

 

7. ดัลเมเชี่ยน (Dalmatian)



เจ้าสุนัขลายจุดสุดน่ารักสายพันธุ์นี้ ถือเป็นอีกตัวเลือกหนึ่งสำหรับบ้านที่ต้องการเพื่อนเล่นสี่ขาและสุนัขเฝ้าบ้านไปในเวลาเดียวกัน ในความจริง สุนัขพันธุ์ดัลเมเชี่ยนถือว่ามีความเฟรนด์ลี่และขี้เล่น แต่มักจะเห่าเมื่อไม่พอใจ หรือเมื่อรู้สึกว่ากำลังมีภัยอันตรายเข้ามาใกล้ตัว นั่นก็เป็นเพราะว่าในอดีต เจ้าลายจุดพันธุ์นี้เคยทำหน้าที่เป็นสุนัขป้องกันภัยคุกคามให้กับรถม้านั่นเอง รับรองว่าหมาตัวใหญ่พันธุ์นี้จะช่วยคุ้มครองบ้านของคุณได้แน่นอนครับ


ลักษณะทั่วไป

  • ลำตัวสูง แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ไม่อ้วน

  • ตัวสีขาว มีลายจุดสีน้ำตาลหรือสีดำทั้งตัว

  • น้ำหนักไม่เกิน 30 กิโลกรัม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ขี้เล่น​ ซน และกระตือรือร้นตลอดเวลา

  • เฟรนด์ลี่ สามารถเข้ากับบ้านที่มีเด็กได้

  • พลังงานล้นเหลือ ต้องออกกำลังกายทุกวัน

  • มีความอดทน จะไม่เห่าพร่ำเพร่อ นอกจากว่าจำเป็นจริง ๆ

โรคที่ควรระวัง

  • โรคนิ่วในกระเพาะปัสสาวะ (Urinary Stone) เป็นโรคที่มักเกิดขึ้นในน้องหมาสายพันธุ์ดัลเมเชี่ยล เบื้องต้นมักแสดงอาการมีเลือดปนในปัสสาวะ, กลั้นปัสสาวะไม่อยู่ และอยากอาหารน้อยลง โดยวิธีการป้องกันคือหมั่นให้น้ำที่สะอาดอย่างสม่ำเสมอ และต้องมั่นใจว่าอาหารที่ให้สุนัขนั้นมีสารอาหาร และวิตามินต่าง ๆ อย่างพอดี ไม่มากเกินไปจนทำให้เกิดผลึกนิ่วได้


อาหารที่เหมาะสม : เจ้าหมาลายจุดพันธุ์นี้เรียกได้ว่ามีความไฮเปอร์สุด ๆ มีความแอคทีฟ และวิ่งเล่นได้แทบทั้งวัน เพราะฉะนั้นสารอาหารที่เจ้าดัลเมเชี่ยนควรได้รับต้องอยู่ในปริมาณที่เหมาะสม ไม่น้อยไปจนทำให้น้องหมาเกิดภาวะขาดสารอาหาร โดยเน้นไปที่อาหารโปรตีนสูง รวมถึงมีคาร์โบไฮเดรต และไขมันดีในเปอร์เซ็นต์ที่สมดุล


ราคา : 7,000 - 20,000 บาท


 

8. ไทยหลังอาน (Thai Ridgeback)



หากพูดถึงตำนานสายพันธุ์สุนัขของไทย แน่นอนว่าทุกคนต่างต้องนึกถึงเจ้าหมาขนสั้น ร่างกายกำยำ มีกรามที่เเข็งแรง ที่ใครเห็นก็เป็นต้องยำเกรงอย่างเจ้า ‘หมาพันธุ์ไทยหลังอาน’ โดยสุนัขพันธุ์ใหญ่ตัวนี้ถือว่าอยู่เคียงบ่าเคียงไหล่ชาวไทยมาตั้งแต่สมัยโบราณ จนมีอีกชื่อหนึ่งว่า ‘หมาพราน’ ที่จะคอยออกล่าหาอาหารไปพร้อม ๆ กับนายพราน โดยปัจจุบันหมาใหญ่พันธุ์นี้ก็ถูกยกให้เป็น ‘สุนัขประจำชาติ’ ของไทยอีกด้วยล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • ใบหน้าและลิ้นมีสีดำ หูตั้งเป็นรูปสามเหลี่ยม

  • หางเรียวยาวคล้ายดาบ หรือที่เรียกกันว่า ‘หางดาบ’

  • หลังอานอย่างเห็นได้ชัด

  • ขนสั้นเรียบ เงางาม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • แข็งแรง ร่างกายทนต่อสภาพอากาศที่แตกต่างได้ดี

  • เต็มเปี่ยมไปด้วยสัญชาตญาณนักล่า

  • รักและจงรักภักดีกับเจ้าของ

  • ตื่นตัวตลอดเวลา พร้อมเห่าหากมีอะไรไม่ชอบมาพากล

โรคที่ควรระวัง

  • โรคผิวหนังต่าง ๆ เช่น โรคเรื้อน เนื่องจากสุนัขพันธุ์นี้มีขนที่เรียบเตียน ทำให้เพิ่มการสัมผัสกับพื้นผิวมากขึ้น นอกจากนั้นแนะนำให้เจ้าของใส่ใจเรื่องเห็บ หมัด ซึ่งมักจะมาจากสภาพอากาศร้อนชื้นของไทย อาจเป็นพาหะไปสู่โรคพยาธิเม็ดเลือดได้ครับ


อาหารที่เหมาะสม : อาหารที่เหมาะสมสำหรับหมาไทยหลังอาน คืออาหารสุนัขที่เต็มเปี่ยมไปด้วยโภชนาการจากแหล่งคุณภาพดี หนึ่งข้อผิดพลาดที่หลาย ๆ บ้านมักทำโดยไม่รู้ตัวคือการให้อาหารมนุษย์แก่สุนัข โดยเฉพาะเหล่าสุนัขเฝ้าบ้าน เพราะเชื่อว่าหมาพันธุ์นี้แข็งแรง อยู่ง่ายกินง่าย แต่ในความจริงแล้วการให้อาหารมนุษย์คือสิ่งต้องห้ามของน้องหมาทุกสายพันธุ์ เพราะอาจทำให้สุนัขขาดสารอาหาร หรือได้รับอาหารต้องห้ามมากเกินไป จนอาจทำให้สุนัขมีอายุขัยที่สั้นลงได้ในที่สุด


ราคา : 5,000 - 30,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : ไทยหลังอาน บ้านสุขสันต์

 

9. อเมริกัน พิทบูล เทอร์เรีย (American Pitbull Terrier)



มาต่อกันที่สุนัขเฝ้าบ้านสายพันธุ์ดีที่ขึ้นชื่อเรื่องความดุ แต่หากได้รับการฝึกฝนดี ๆ ก็สามารถเป็นสมาชิกที่น่ารักของครอบครัวได้เช่นกันนะครับ หลาย ๆ ครั้งภาพลักษณ์ของหมาพันธุ์พิทบูลโดนโจมตีในทางที่ไม่ดีนัก แต่ในความเป็นจริงแล้ว วิธีการเลี้ยงและการฝึกหมาพันธุ์พิทบูลอย่างถูกต้อง ถือเป็นปัจจัยสำคัญที่จะทำให้พิทบูลเป็นหมาเฝ้าบ้านได้อย่างสมบูรณ์แบบ โดยไม่ทำร้ายมนุษย์หากไม่จำเป็น แถมสุนัขพันธุ์พิทบูล ยังถือว่าเป็นน้องหมาหน้าย่นน่ารักน่าขยำมาก ถ้าตัดชื่อเสียงเรื่องความดุร้ายออกไป จะเป็นสุนัขที่ค่อนข้างเฉิ่มและซื่อบื้อ ถ้ารับน้องไปเลี้ยงรับรองมีเรื่องให้หัวเราะในความเฉิ่มของน้องทุกวันแน่นอน


ลักษณะทั่วไป

  • ตัวแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ขนสั้นเตียนติดลำตัว

  • ขากรรไกรใหญ่และแข็งแรง

  • ใบหูมีขนาดเล็ก อาจตั้งหรือลู่ลง

  • น้ำหนักประมาณ 14 - 40 กิโลกรัม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ซื่อสัตย์ และจงรักภักดีต่อเจ้าของมาก

  • มีสัณชาตญาณนักสู้ พร้อมลุยในทุกโอกาส

  • มีความอดทนสูง ว่ากันว่ายอมตายแทนเจ้าของได้เลยล่ะ

  • พลังงานล้นเหลือ ต้องการการออกกำลังกายมากกว่าสุนัขพันธุ์อื่น

  • จำเป็นต้องได้รับการใส่ใจ และฝึกฝนอย่างถูกต้อง

โรคที่ควรระวัง

  • โรคไข้หัดสุนัข (Canine Distemper Virus) เช่นเดียวกับน้องหมาเฝ้าบ้านพันธุ์อื่น หมาตัวใหญ่อย่างพิทบูลถูกแนะนำให้เลี้ยงแยกออกจากบ้าน ควรมีพื้นที่เป็นกรงส่วนตัวขนาดกำลังดี ทำให้อาจเกิดการติดเชื้อไข้หัดสุนัขง่ายขึ้น เพราะเชื้อไวรัสมักลอยมาในอากาศ วิธีป้องกันที่ดีที่สุดคือการฉีดวัคซีนตั้งแต่เจ้าตูบอายุยังน้อย


อาหารที่เหมาะสม : แน่นอนว่าด้วยสภาพร่างกายสุดกำยำของพิทบลู ทำให้เขาต้องการสารอาหารมากกว่าปกติ เจ้าของควรเลือกอาหารสูตรพรีเมี่ยมสำหรับสุนัขพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะ ซึ่งอาหารก็เป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ใช้ในการฝึกหมาพันธุ์พิทบลู เจ้าของควรฝึกให้น้องมีพื้นฐานความอดทน การรอ และทำตามคำสั่งตั้งแต่เด็ก โดยใช้จานอาหารเป็นตัวหลอกล่อ แต่ต้องมั่นใจว่าจะไม่ทำให้เจ้าตูบหิวโหยมากเกินไป เพราะนั่นอาจทำให้เค้าไม่พอใจและมีอารมณ์ฉุนเฉียวได้ครับ


ราคา : 6,000 - 40,000 บาท




 

10. โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ (Golden Retriever)



ถ้าพูดถึงหมาพันธุ์ใหญ่ใจดี ก็คงต้องมีชื่อเจ้า ‘โกลเด้น’ ติดโผเข้าไปแน่ ๆ เพราะสุนัขพันธุ์ โกลเด้น รีทรีฟเวอร์ ถือว่าเป็นหนึ่งในหมาพันธุ์ใหญ่ที่ครองใจคนไทยมากที่สุด มีความใจดี และเข้ากันได้กับทุกคนในครอบครัว ก็ทำให้ใคร ๆ ก็ต่างหลงรักในความน่าซุกซนของโกลเด้น แต่ขณะเดียวกันก็สามารถช่วยเฝ้าบ้าน และเป็นพี่เลี้ยงที่ดีกับเด็กเล็กได้ด้วยครับ วิธีดูแลหมาพันธุ์โกลเด้นก็ไม่อยากเลยครับ แค่ต้องมีเวลาให้น้องเยอะๆ เพราะสุนัขพันธุ์โกลเด้นรีทริฟเวอร์เป็นสุนัขที่ติดคนมาก น้องจึงขี้อ้อนเป็นพิเศษ


ลักษณะทั่วไป

  • ขนยาวหนา สามารถกันน้ำได้ดี (ทำให้เจ้าโกลเด้นชอบว่ายน้ำสุด ๆ )

  • หูตก แนบกับลำตัว ดวงตากลมโต สีดำ

  • น้ำหนักโดยเฉลี่ย 25 - 35 กิโลกรัม

  • สีทั่วไป คือสีครีมอ่อนและสีครีมเข้ม

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • เป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ใจดี เข้าได้กับทุกคน

  • กระตือรือร้น พร้อมออกไปวิ่งเล่นตลอดเวลา

  • เชื่อฟังเจ้าของ สามารถสอนทริคต่าง ๆ ได้

  • เข้ากับเด็กเล็กได้ดี มีความสุภาพ อ่อนโยน

โรคที่ควรระวัง

  • โรคภูมิแพ้ (Allergies) เนื่องจากสุนัขพันธุ์โกลเด้นมีขนที่ยาวสรวย ก็มักจะเจอกับปัญหาแพ้สิ่งต่าง ๆ รอบตัว จนทำให้เกิดภาวะขนร่วงผิดปกติได้ โดยปัจจัยหลักมาจากสารเคมี อาหาร และสิ่งกระตุ้นการแพ้ อย่างเช่น เกสรดอกไม้ เจ้าของควรหมั่นสังเกตุอาการผิดปกติของน้องหมา เพื่อหลีกเลี่ยงไม่ให้เกิดการแพ้ที่รุนแรงได้


อาหารที่เหมาะสม : น้องหมาพันธุ์โกลเด้นควรได้รับสารอาหารที่เหมาะสมกับกิจกรรมในแต่ละวัน สิ่งที่สำคัญมากคือคุณภาพของอาหาร อย่างที่บอกไปว่าน้อง ๆ พันธุ์นี้มักเจอปัญหาภูมิแพ้จากอาหาร เจ้าของควรหลีกเลี่ยงอาหารที่มีส่วนประกอบของเศษอาหารแปรรูป ซึ่งมีสารอาหารไม่เพียงพอ เพราะในระยะยาวอาจนำไปสู่ปัญหาต่าง ๆ เรื้อรังได้ครับ


ราคา : 5,000 - 60,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : ฟาร์มสุนัขโกลเด้น Golden Future

 

11. เกรดเดน (Great Dane)



สุนัขพันธุ์ ‘เกรดเดน’ ถูกยกให้เป็นหมาตัวสูงที่สุดในโลก มีต้นกำเนิดมาจากประเทศเยอรมัน โดยเริ่มแรกถูกพัฒนามาเพื่อทำหน้าที่ล่าหมูป่า และตอนนี้ในประเทศไทยก็มีฟาร์มเพาะพันธุ์เฉพาะที่ได้รับมาตรฐานยืนยันจากนานาชาติ ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่รับรองว่าจะเป็นยามเฝ้าบ้านได้ดีเกินคาดเลยเชียว เพราะใครเห็นขนาดที่สูงใหญ่ของหมาขายาวพันธุ์นี้แล้วละก็ คงต้องคิดดี ๆ ก่อนจะเข้ามาแล้วล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • โครงสร้างใหญ่ สูงอย่างน้อย 71 ซม. และน้ำหนักต่ำสุดอยู่ที่ 45 กิโลกรัม (อาจสูงได้ถึง 1 เมตรเลยนะ)

  • หูสามเหลี่ยมพับลง ร่างกายแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ

  • มีหลายสี อย่างเช่น สีดำ, สีเมเทิล, สีลูกวัว, สีน้ำเงิน ฯลฯ

  • อายุเฉลี่ย 6 - 10 ปี (ถือว่าสั้นกว่าสุนัขใหญ่สายพันธุ์อื่น)

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ฝึกง่าย เชื่อฟังคำสั่งของเจ้าของ

  • ขี้เล่น ชอบหยอกล้อเล่นซน

  • ถึงเเม้จะตัวใหญ่ แต่ก็สามารถเข้ากับเด็กได้ดี

  • ควรได้รับการออกกำลังกายทุกวัน ฉะนั้นบ้านไหนคิดอยากเลี้ยง ต้องแน่ใจว่าจะมีพื้นที่กว้างพอให้พวกเขาวิ่งเล่นได้นะครับ

  • เห่าเสียงดัง เมื่อรู้สึกว่ากำลังมีภัยอันตรายเข้ามาใกล้ตัว

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อเข่าเสื่อมในสุนัข (Osteoarthritis) เป็นโรคที่มักเจอในสุนัขพันธุ์นี้เมื่อมีอายุที่มากขึ้น เป็นผลมาจากความผิดปกติทางกรรมพันธุ์ที่ส่งผลให้เกิดอาการข้อเสื่อม สามารถป้องกันตั้งแต่แรกได้โดย ข้อหนึ่งเลือกฟาร์มที่ได้มาตรฐาน เชื่อมั่นได้ในความสมบูรณ์ของสายพันธุ์ และข้อสอง เลือกอาหารที่ให้คุณค่าโภชนาการครบถ้วน มีวิตามิน และสารอาหารที่จะช่วยลดโอกาสการเกิดโรคดังกล่าวได้


อาหารที่เหมาะสม : อาหารถือเป็นปัจจัยสำคัญมากในการเจริญเติบโตของหมาพันธุ์เกรดเดน เพราะด้วยสรีระที่สูงใหญ่ เจ้าตูบพันธุ์นี้จึงต้องการพลังงานที่มากกว่าปกติ ควรมีการแบ่งออกเป็นมื้อเล็ก ๆ ระหว่างวัน และต้องแน่ใจว่าอาหารมีปริมาณโปรตีนที่สูงพอ รวมไปถึงคาร์โบไฮเดรต และไขมันดีต้องอยู่ในประมาณที่พอเหมาะพอดี


ราคา : 8,000 - 100,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง และสายเลือด)


ฟาร์มสุนัขในไทยแนะนำ: Bless KD Great Dane Thailand บ้านน้อยของ เกรทเดน

 

12. ลาบาร์ดอร์ รีทรีฟเวอร์ (Labrador Retriever)



ฉายาของสุนัขพันธุ์นี้คือ ‘หมาใหญ่หัวใจน่ารัก’ ก็เพราะว่าภายนอกนั้นดูยิ่งใหญ่ น่าเกรงขาม แต่จริง ๆ คือเจ้าตูบพันธุ์ ลาบราดอร์ รีทรีฟเวอร์ นั่นจิตใจอ่อนไหวสุด ๆ แถมยังใจดี ขี้เล่น มีความฉลาดเฉลียว เชื่อฟังคำสั่งเจ้าของได้อย่างเป็นอย่างดี จนได้รับคัดเลือกเป็นสุนัขช่วยเหลือคนพิการ (Service Dog) รวมไปถึงทำหน้าที่เป็นหมาตำรวจค้นหายาเสพติดในหลาย ๆ ประเทศด้วยล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • โครงสร้างลำตัวใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 24-36 กิโลกรัม

  • ขนสั้น หนา มักมีสีดำ สีเหลืองครีม และสีช็อกโกแลต

  • รูปร่างสมส่วน มัดกล้ามเนื้อชัดเจน

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • มีความฉลาด เข้าใจคำสั่งได้อย่างง่ายดาย

  • ขี้สงสัย ชอบวิ่งเล่นสำรวจรอบบ้าน

  • เป็นมิตรและสุภาพ เข้าหาคนอย่างเนิ่บ ๆ

  • ชอบเข้าสังคม เจอเพื่อนสี่ขาใหม่ ๆ

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) เป็นอาการที่มักเกิดในหมาตัวใหญ่ ซึ่งเป็นผลมาจากปัจจัยที่หลากหลาย เช่น กรรมพันธุ์ สิ่งแวดล้อม และอาหาร โดยอยู่ดี ๆ น้องหมาจะแสดงอาการขาหลังไม่มีแรง ลุกนั่งลำบาก รุนแรงไปจนถึงอาการอัมพาตจนไม่สามารถลุกเดินได้ ในส่วนของการรักษาส่วนใหญ่จะเน้นการทำกายภาพบำบัด หรือผ่าตัดร่วมกับทานยา


อาหารที่เหมาะสม : สาเหตุหนึ่งของโรคข้อสะโพกเสื่อมมาจากการละเลยใส่ใจเรื่องอาหารให้แก่เจ้าตูบ หากเจ้าของเลือกให้อาหารทั่วไปที่มีคุณค่าโภชนาการต่ำ ก็อาจทำให้เกิดความไม่สมดุลในสารอาหาร จนสุดท้ายเกิดเป็นปัญหาทางโครงสร้างของร่างกายในระยะยาวได้ เพราะฉะนั้นเราขอแนะนำให้เลือกอาหารสุนัขเกรดพรีเมี่ยมสำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่โดยเฉพาะ เพื่อคุณภาพชีวิตที่ดีกว่าของเจ้าตูบ


ราคา : 5,000 - 50,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : ฟาร์ม GREEN-CORNER

 

13. อเมริกัน บลูด็อก (American Bulldog)



อีกหนึ่งสายพันธุ์ที่ดูเหมือนจะดุ แต่ก็รักและเชื่อฟังเจ้าของสุด ๆ นั่นก็คือ ‘อเมริกัน บลูด็อก’ จุดเริ่มต้นของหมาพันธุ์ใหญ่ขนสั้นตัวนี้เริ่มมากจากประเทศอังกฤษ จากนั้นถูกนำเข้าไปพัฒนาสายพันธุ์ในอเมริกา โดยนิสัยของเจ้าตัวนี้คือมีความรักและซื่อสัตย์ เฟรนด์ลี่ ขี้เล่นสุด ๆ แต่ไม่ใช่กับคนแปลกหน้านะครับ เพราะเมื่อไหร่ที่เขารู้สึกถึงภัยคุกคาม จะพร้อมลุยทันที ถือว่าเป็นหมาเฝ้าบ้านที่ดีมาก ๆ สายพันธุ์หนึ่งเลยล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • ร่างกายแน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ

  • อาจมีน้ำหนักถึง 58 กิโลกรัม

  • มีขากรรไกรที่แข็งแรงมาก

  • ขนสั้นเตียนติดลำตัว

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • เฟรนด์ลี่ ขี้เล่น และซื่อสัตย์

  • กระตือรือร้น ชอบวิ่งเล่นออกกำลังกาย

  • สามารถปกป้องสมาชิกในครอบครัวได้ดี (ถูกเรียกว่าเป็น Loyal Family Dog)

โรคที่ควรระวัง

  • โรคเกี่ยวกับปัญหาการหายใจต่าง ๆ (Respiratory Disease) ต่อให้เจ้าอเมริกัน บลูด็อกเป็นสุนัขพันธุ์ใหญ่ก็จริง แต่ยังมีรูปทรงจมูกที่สั้น จนอาจนำไปสู่ปัญหาการหายใจไม่ต่างกับสุนัขพันธุ์เล็กอย่าง เฟรนช์ บลูด็อก และปั๊ก ดังนั้นในการออกกำลังกายแต่ละครั้ง เจ้าของต้องสังเกตุอาการของน้องหมา และหมั่นเตรียมน้ำสะอาดไว้สำหรับลดอุณหภูมิในร่างกายเสมอ


อาหารที่เหมาะสม : ด้วยขนาดตัวที่ใหญ่และไลฟ์สไตล์ที่แอคทีฟ สุนัขพันธุ์อเมริกัน บลูด็อก ควรได้รับอาหารที่มีคุณภาพสูตรเฉพาะสำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่คุณภาพสูง เพื่อให้แน่ใจว่าเจ้าตูบจะได้รับสารอาหารครบถ้วน แข็งแรง สมบูรณ์ พร้อมทำหน้าที่ยามเฝ้าบ้านฝีมือดีให้คุณได้


ราคา : 40,000 - 100,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง และสายเลือด)

 

14. เซนต์เบอร์นาร์ด (Saint Bernard)



‘เซนต์เบอร์นาร์ด’ น้องหมาพันธุ์ใหญ่ขนยาว ที่เรียกว่าทั้งตัวใหญ่และน่าเกรงขาม จนใครเห็นเป็นต้องถอยหลังกลับ แต่ในความจริงแล้ว นี่คืออีกหนึ่งสายพันธุ์หมาใหญ่ใจดีที่น่ารักและน่าเลี้ยงสุด ๆ เจ้าของหลายคนต่างพูดเป็นเสียงเดียวกันว่า นิสัยของหมาพันธุ์นี้ช่างแตกต่างกับรูปลักษณ์ภายนอกอย่างสิ้นเชิง เพราะเซนต์เบอร์นาร์ดนั้นมีความอ่อนโยน เฟรนด์ลี่ มีความอดทน จนได้รับการยกย่องให้เป็นสุนัขประจำชาติของสวิสเซอร์แลนด์เลยล่ะครับ


ลักษณะทั่วไป

  • หางตาตก หูพับลงแนบใบหน้า

  • มีทั้งสายพันธุ์ขนยาวและขนสั้น

  • น้ำหนักโดยเฉลี่ย 54 - 81 กิโลกรัม และอาจสูงได้ถึง 1 เมตร

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • เรียบร้อย น่ารัก อ่อนโยน

  • เป็นมิตรกับคนในครอบครัว

  • สามารถเข้ากับเด็กได้ มีความอดทน เป็นเหมือนพี่คนโต

  • ต้องการการออกกำลังกายปานกลาง เช่นเดินเล่นในสวนวันละ 30 - 60 นาที

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) ไม่ต่างกับหมาพันธุ์ใหญ่อื่น ๆ เซนต์เบอร์นาร์ดมีน้ำหนักตัวมาก ซึ่งอาจทำให้สะโพกหรือกระดูกข้อต่อต่าง ๆ รับน้ำหนักมากจนเกินไป เจ้าของควรป้องกันโดยการพาน้องไปออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ และเลือกให้อาหารที่มีประโยชน์ในปริมาณที่พอดี รวมถึงควรระวังเรื่องพื้นที่ลื่น เพราะอาจทำให้เกิดการลื่นล้มจนกระดูกหักได้


อาหารที่เหมาะสม : ข้อควรระวังที่สำคัญสำหรับสุนัขพันธุ์เซนต์เบอร์นาร์ด คือควรได้รับอาหารในปริมาณที่พอดี ไม่มากจนเกินไป เพราะบางคนอาจะเข้าใจว่าหมาตัวใหญ่ ก็ต้องกินอาหารเยอะตามไปด้วย แต่ด้วยนิสัยของเจ้าตูบพันธุ์นี้ที่ไม่ค่อยกระตือรือร้นมากเท่าไหร่ ก็ควรควบคุมปริมาณอาหารให้เหมาะสม เพื่อป้องการปัญหาน้ำหนักเกิน และโรคเกี่ยวกับข้อต่อที่อาจขึ้นตามมาได้


ราคา : 15,000 - 100,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง และสายเลือด)


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : KSA Kennel ฟาร์มสุนัขเซนต์เบอร์นาร์ด

 

15. ทิเบตันมาสทิฟฟ์ (Tibetan Mastiff)



มาถึงหมาพันธุ์ใหญ่ที่สุดในโลกอย่าง ‘ทิเบตันมาสทิฟฟ์’ กันบ้าง หากบ้านไหนกำลังมองหาน้องหมาเฝ้าบ้านที่ทั้งดุและน่าเกรงขาม ต้องห้ามมองข้ามสุนัขสิงโตตัวนี้เลยล่ะครับ ย้อนไปในอดีต..น้องหมาพันธุ์นี้มีต้นกำเนิดมาจากทิเบต เชื่อว่าเป็นสุนัขศักดิ์สิทธิ์ ทำให้เป็นที่นิยมมากในประเทศจีน แต่ในปัจจุบันเริ่มมีการเลี้ยงที่แพร่หลายมากขึ้น แต่ต้องบอกก่อนนะครับว่าสุนัขพันธุ์นี้เหมาะสำหรับผู้ที่มีความพร้อมทั้งด้านการเงิน, สถานที่ และเวลา เนื่องจากเป็นสุนัขตัวใหญ่มาก ทำให้ต้องการการดูแลเป็นพิเศษ


ลักษณะทั่วไป

  • ขนฟูคล้ายสิงโต

  • กะโหลกใหญ่ กล้ามเนื้อแน่น

  • น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ 60 - 70 กิโลกรัม

  • อาจมีอายุยาวนานได้ถึง 18 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ซื่อสัตย์ต่อผู้เลี้ยงเอาซะมาก ๆ

  • มีความจงรักภักดี พร้อมปกป้องเจ้าของ

  • หวงถิ่น ดุเมื่อเจอคนแปลกหน้า

  • ต้องการพื้นที่วิ่งเล่นมากกว่าพันธุ์อื่น ๆ

โรคที่ควรระวัง

  • โรคช่องปากหรือโรคปริทันต์ (Periodontal Disease) เป็นโรคที่มักจะเกิดขึ้นกับน้องหมาพันธุ์นี้ เกิดจากคราบน้ำลายที่สะสมไปด้วยแบคทีเรีย พัฒนาเป็นคราบพลัค จนกลายเป็นหินปูนทำให้อวัยวะภายในปากอักเสบได้

อาหารที่เหมาะสม : อาหารที่เหมาะกับสุนัขพันธุ์ทิเบตันมาสทิฟฟ์นั้นควรจะเป็นอาหารโปรตีนสูงพรีเมี่ยมจากธรรมชาติ 100% เพื่อป้องกันอาการแพ้ที่มักเกิดขึ้นกับสุนัขพันธุ์นี้จนทำให้เกิดภาวะขนร่วง และที่สำคัญควรใส่ใจในเรื่องคุณภาพของอาหารอย่างมาก เพราะสุนัขพันธุ์นี้ต้องการดูแลเอาใจใส่ในทุกด้าน เพื่อสุขภาพจิตที่ดีของเจ้าตูบ


ราคา : 40,000 - 500,000 บาท (ราคาขึ้นอยู่กับโครงสร้าง และสายเลือด)

 

16. อะกิตะอินุ (Akita Inu)



สำหรับใครที่เป็นสาวกน้องหมาสายพันธุ์ญี่ปุ่นก็คงจะต้องรู้จักเจ้าสุนัขดั้งเดิมจากเมืองอะกิตะของแดนปลาดิบซึ่งมีจุดกำเนิดมาจากการเป็นสุนัขล่าเนื้อ ด้วยสรีระที่แน่นไปด้วยกล้ามเนื้อ ขนาดตัวที่ใหญ่แต่ยังคงความปราดเปรียว ถือว่าเป็นอีกหนึ่งสายพันธุ์ที่น่าเลี้ยงและเป็นที่นิยมจากความสง่างามของน้องหมาอะกิตะอินุ แถมยังเป็นที่รู้จักไปทั่วโลกจากหนังสุดซึ้งเรียกน้ำตาจากน้องหมาอันซื่อสัตย์ เรื่อง Hachi : A Dog’s Tale


ลักษณะทั่วไป

  • ใบหูตั้งตรงเป็นทรงสามเหลี่ยม

  • ขนยาวปานกลาง มีสีแดงและขาวแซมกันไป

  • มีขนาดใหญ่ น้ำหนักเฉลี่ย 35 - 50 กิโลกรัม

  • อายุโดยเฉลี่ย 10 - 14 ปี

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • มีความเป็นผู้นำ ทำหน้าที่เฝ้าบ้านได้ดีมาก

  • ค่อนข้างเป็นจ่าฝูง อาจดุใส่สุนัขตัวอื่นได้

  • รักและซื่อสัตย์กับเจ้าของ

  • ฉลาดแต่อาจมีความคิดเป็นของตัวเอง

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อสะโพกเสื่อม (Hip Dysplasia) มักเป็นอาการโรคปกติที่เกิดกับสุนัขที่มีโครงสร้างขนาดใหญ่อย่างไรก็ตามสาเหตุของโรคอาจเป็นผลทางอ้อมจากพันธุกรรม แต่ก็สามารถป้องกันได้ด้วยการเลี้ยงอย่างเหมาะสม ส่งเสริมโภชนาการตามที่สายพันธุ์ต้องการ รวมถึงหลีกเลี่ยงการเลี้ยงในบริเวณพื้นลื่นซึ่งอาจทำให้เกิดอุบัติเหตุและกระตุ้นให้เกิดตัวโรคได้

อาหารที่เหมาะสม : เนื่องจากเจ้าอะกิตะอินุมีขนาดตัวที่ใหญ่และแข็งแรง จำเป็นต้องได้รับสารอาหารที่ครบถ้วนในปริมาณที่มากกว่าปกติ โดยเฉพาะปริมาณโปรตีนและไขมันที่ควรคำนวณอย่างเหมาะสม ควรแบ่งออกเป็นวันละ 2 มื้อ แต่ต้องเน้นย้ำในเรื่องของ Well-Balanced Diet จากอาหารที่มีคุณภาพสูงและผลิตจากส่วนประกอบธรรมชาติไร้ซึ่งการปรุงแต่ง


ราคา : 50,000 บาทขึ้นไป

 

17. โอลด์ อิงลิช ชีปด็อก (Old English Sheep Dog)



หมาตัวใหญ่แต่ใจเป็นมิตร คือคำนิยามของสุนัขพันธุ์ ‘โอลด์ อิงลิช ชีปด็อก’ ที่ใคร ๆ เห็นก็ต้องอยากเข้าไปฟัดไปกอด ก็เพราะน้องมีขนที่ฟูยาวไม่ต่างกับตุ๊กตา และท่วงท่าที่ดูเป็นมิตร ใจดี อ่อนโยนกับมนุษย์ได้ง่าย เริ่มแรกมีการพัฒนาสายพันธุ์ที่ประเทศอังกฤษ​ หลังจากนั้นก็เริ่มแพร่หลายมากขึ้น โดยในประเทศไทยยังถือว่าเป็น Rare Breed ที่ยังไม่ค่อยเห็นบ่อยจนชินตา แต่รับรองว่าใครที่กำลังมองหาหมาตัวใหญ่ใจดีไว้เป็นสมาชิกในครอบครัว สายพันธุ์นี้คือคำตอบครับ


ลักษณะทั่วไป

  • ขนฟูยาว 2 ชั้น (เหมือนตุ๊กตาตัวยักษ์)

  • น้ำหนักเฉลี่ยอยู่ที่ประมาณ 45 กิโลกรัม

  • บางตัวอาจสูงได้ถึง 1 เมตร

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • สามารถเข้าได้กับทุกคนในครอบครัว

  • อ่อนโยน เข้ากับเด็กได้ดี

  • สามารถปกป้องบ้านได้

  • กระตือรือร้น ชอบเล่นซนเหมือนเด็ก ๆ

โรคที่ควรระวัง

  • โรคข้อสะโพกเจริญผิดปกติ (Canine Hip Dysplasia) โรคยอดฮิตที่เจ้าหมาพันธุ์โอลด์ อิงลิช ชีปด็อกเองก็มักเจอ โดยต้นเหตุส่วนใหญ่เกิดจากกรรมพันธุ์เริ่มแรก และเมื่ออายุของเจ้าตูบมากขึ้น ความผิดปกติก็จะยิ่งเห็นชัดตาม เพราะฉะนั้นอย่ารีรอพบสัตวแพทย์ หากคุณเจ้าของเริ่มสังเกตุเห็นความผิดปกติเพียงเล็กน้อย


อาหารที่เหมาะสม : หากตัดสินใจเลี้ยงเจ้าตูบสายพันธุ์นี้ เจ้าของควรเลือกอาหารที่มีสารอาหารคุณภาพสูง ที่อุดมไปด้วยวิตามินจำเป็นเพื่อช่วยเรื่องขนยาวสรวย เพราะเราคงไม่อยากกวาดขนยาวยุ่งเหยิงที่ร่วงเต็มพื้นใช่ไหมครับ เพราะฉะนั้นการยอมลงทุนเลือกอาหารที่ดีกว่า ทำมาจากธรรมชาติ และไม่มีส่วนผสมของเศษอาหารเหลือทิ้งแปรรูป ก็จะทำให้ทั้งคุณและน้องหมาแฮปปี้ไปพร้อม ๆ กัน


ราคา : 40,000 - 100,000 บาท



 

18. บางแก้ว (Thai Bangkaew)



‘บางแก้ว’ หมาเฝ้าบ้านยอดฮิตของคนไทย เป็นหมาพันธุ์ที่มีความดุกับคนแปลกหน้า แต่กลับซื่อสัตย์กับเจ้าของแบบสุด ๆ มีหน้าตาหล่อเหลาเอาการ รูปร่างคล้ายสุนัขจิ้งจอกตัวยักษ์ที่ดูสง่างาม โดยบางแก้วมีจุดกำเนิดจากวัดบางแก้ว จังหวัดพิษณุโลกบ้านเรานี่เอง เกิดจากการผสมข้ามสายพันธุ์ระหว่างหมาไทยบ้านกับสุนัขป่าหมาไน จนกลายหมาเป็นสุนัข ‘ไทยบางแก้ว’ อย่างที่นิยมเลี้ยงในทุกวันนี้


ลักษณะทั่วไป

  • น้ำหนักเฉลี่ยประมาณ 13 - 16 กิโลกรัม

  • ขนยาวปุกปุยทั่วตัว หางเป็นพวงเหมือนสุนัขจิ้งจอก

  • อุ้งเท้าหนาใหญ่ คอยาวกว่าหมาไทยทั่วไป

นิสัยและไลฟ์สไตล์

  • ร่าเริง กระตือรือร้น ชอบเดินสำรวจรอบบ้าน

  • เชื่อฟังเจ้าของ สามารถสอนให้ทำตามคำสั่งได้

  • ซื่อสัตย์ และหวงเจ้าของ ใครมาทำร้ายเป็นไม่ได้

  • มีความกล้าหาญ สามารถดูแลบ้านได้เป็นอย่างดี

โรคที่ควรระวัง

  • โรคไข้หัด (Canine Distemper Virus) เป็นโรคทั่วไปที่ติดต่อได้ในสุนัข แต่เนื่องจากหลายบ้านมักเลี้ยงสุนัขพันธุ์บางแก้วไว้นอกบ้าน อาจทำให้เปอร์เซ็นต์การติดโรคนี้สูงขึ้น โดยการแพร่กระจายของเชื้อจะผ่านระบบหายใจ ไวรัสอาจแพร่มาในอากาศ แต่สามารถป้องกันได้โดยการฉีดวัคซีนตั้งแต่เจ้าตูบยังมีอายุน้อย


อาหารที่เหมาะสม : เพราะน้องหมาก็เหมือนกับคน ถ้าเรารักเขาก็ควรใส่ใจในเรื่องคุณภาพอาหารให้มากที่สุดเท่าที่จะเป็นได้ อาหารสุนัขพรีเมี่ยมจากโปรตีนแมลงสำหรับสุนัขสายพันธุ์ใหญ่เป็นอีกตัวเลือกหนึ่งที่จะทำให้เจ้าของมั่นใจได้ว่าสุนัขพันธุ์บางแก้วจะได้รับพลังงานที่พอเหมาะ พร้อมวิ่งเล่นกับเจ้าของ และทำหน้าที่เป็นผู้ดูแลบ้านได้อย่างเต็มที่


ราคา : 3,000 - 8,000 บาท


ฟาร์มหมาในไทยแนะนำ : คอกกมลชัยบางแก้ว

 

ทาง Yora Thailand หวังว่าบทความนี้จะเป็นประโยชน์ในการตัดสินใจเลือกน้องหมาพันธุ์ใหญ่ไว้ช่วยเฝ้าบ้านและเป็นเพื่อนสี่ขาพิทักษ์ครอบครัวของคุณได้นะครับ จริง ๆ แล้วการเลี้ยงเจ้าตูบตัวใหญ่นั้นไม่ได้ต่างไปจากหมาพันธุ์เล็กอื่น ๆ มากนัก เพราะน้องหมาทุกตัวต้องการการดูแลเอาใจใส่ มีพื้นที่ให้วิ่งเล่นออกกำลังกาย และสำคัญที่สุดคือห้ามมองข้ามเรื่องอาหาร ต้องมั่นใจว่าสิ่งที่สุนัขของเราทานนั้นเป็นเกรดพรีเมี่ยม ไม่มีส่วนผสมของเศษเหลือทิ้งแปรรูปที่มีสารอาหารเพียงน้อยนิด ทางเราจึงขอแนะนำ อาหารสุนัขทำจากโปรตีนแมลงโยรา ไว้เป็นทางเลือกที่ดีต่อน้องหมา และโลกที่ยั่งยืนด้วยนะครับ



397,273 views2 comments

2 comentarios