ทำความเข้าใจภาษากายสุนัข ความหมายที่ซ่อนอยู่ในท่าทางของน้องหมา
- YORA Expert
- Jul 20, 2025
- 2 min read
Updated: Sep 1, 2025

เคยสงสัยไหมว่าเวลาน้องหมาทำหน้าตาแปลก ๆ หูตั้ง หางตก หรือทำเสียงหงิงเบา ๆ เค้ากำลังรู้สึกยังไงกันแน่? จริง ๆ แล้วสุนัขมี ภาษากาย เป็นของตัวเอง ซึ่งเป็นวิธีที่เขาสื่อสารกับคนและสัตว์รอบตัวโดย วันนี้ Yora Thailand จะพาทุกคนไปทำความรู้จักกับ ภาษากายสุนัข ตั้งแต่หางยันหู! ไม่ว่าจะเป็นอารมณ์ดี เครียด หวาดกลัว หรืออยากเล่นด้วย ถ้าเจ้าของเข้าใจสัญญาณเหล่านี้ รับรองว่าความสัมพันธ์กับเจ้าตูบจะน่ารักและลึกซึ้งยิ่งกว่าเดิมแน่นอน!
ทำความเข้าใจภาษากายสุนัข ท่าท่าง และพฤติกรรม
ภาษากายสุนัข คือภาษาที่น้องหมาใช้สื่อสารกับเราผ่านทางท่าทาง สีหน้า อวัยวะต่าง ๆ ไปจนถึงพฤติกรรมที่บางครั้งเจ้าของอาจมองข้าม เช่น การกระดิกหาง การเลียปาก การยกขา หรือแม้แต่การก้มตัวลงกับพื้น ทุกอย่างล้วนเป็นคำพูดไร้เสียง ที่สะท้อนอารมณ์ ความรู้สึก และความต้องการของเค้าในขณะนั้น
น้องหมาไม่สามารถพูดออกมาเป็นคำเหมือนเราได้ แต่พวกเค้าก็มีวิธีบอกว่า ดีใจ กลัว หรือ ไม่สบายใจ ผ่านภาษากายเหล่านี้ ซึ่งเป็นสิ่งที่สุนัขเรียนรู้และใช้มาแต่เล็กจากสัญชาตญาณตามธรรมชาติ ไม่ว่าจะอยู่ในฝูงสุนัขหรือกับมนุษย์ที่เค้ารัก
ทำไมเจ้าของถึงควรเข้าใจภาษากายสุนัข?
เพราะการเข้าใจภาษากายของน้องหมา ไม่ได้แค่ช่วยให้เรารู้ว่าน้องกำลังรู้สึกยังไงเท่านั้น แต่ยังมีประโยชน์มากมาย เช่น
รู้ทันอารมณ์ของน้องหมา: จะได้ไม่เข้าใจผิดว่าน้องกำลังดื้อหรือก้าวร้าว ทั้งที่จริง ๆ แล้วเขาอาจกำลังกลัวหรือไม่สบายใจ
ป้องกันพฤติกรรมเสี่ยง: เช่น การกัด การขู่ หรือการหนี เมื่อเจ้าของอ่านสัญญาณได้เร็ว ก็จะสามารถรับมือได้อย่างเหมาะสม
ฝึกน้องหมาได้ง่ายขึ้น: ภาษากายช่วยบอกว่าน้องกำลังเปิดใจหรือไม่ พร้อมเรียนรู้ หรือกำลังเครียดจนไม่สามารถโฟกัสกับการฝึกได้
สร้างสายใยผูกพันที่แน่นแฟ้น: เพราะการเข้าใจ คือกุญแจสำคัญของความสัมพันธ์ เมื่อเราสื่อสารกันรู้เรื่อง ทั้งหมาและคนก็จะอยู่ด้วยกันอย่างมีความสุขมากขึ้นทุกวัน

วิธีการสื่อสารท่าทางของสุนัข: เข้าใจเค้าง่าย ๆ แค่สังเกต 3 จุดนี้
น้องหมาอาจไม่ได้พูดกับเราเป็นคำ ๆ แต่ก็มีวิธีการสื่อสารที่ชัดเจนและหลากหลายผ่านท่าทาง สีหน้า และเสียงต่าง ๆ ถ้าเราสังเกตให้ดีจะรู้เลยว่า พวกเค้ากำลังพูด กับเราตลอดเวลา โดยเฉพาะในเรื่องของอารมณ์ ความรู้สึก หรือแม้แต่ความต้องการในแต่ละวัน ซึ่งการสื่อสารของสุนัขสามารถดูได้จาก 3 จุดหลัก ได้แก่ หาง-ปาก-ขน, ดวงตา-ใบหู และเสียงร้อง มาดูกันว่าแต่ละส่วนมีความหมายยังไงบ้าง
1. หาง ปาก และขน
ส่วนแรกที่เห็นได้ชัดเจนที่สุดคือบริเวณหาง ปาก และขน ซึ่งบ่งบอกอารมณ์ได้อย่างชัดเจน น้องหมาที่กำลังอารมณ์ดีมักจะแสดงออกผ่านการกระดิกหางแรง ๆ อย่างมีจังหวะ แต่ถ้าหางตกหรือหางจุกอยู่ใต้ลำตัว แสดงว่าเขาอาจรู้สึกกลัว ไม่มั่นใจ หรือเครียดได้ ปากของสุนัขก็สำคัญไม่แพ้กัน หากเค้าอ้าปากเล็กน้อย ลิ้นห้อย ดูผ่อนคลาย ก็แปลว่าเขารู้สึกสบายใจ แต่ถ้าเลียปากบ่อย ๆ หรือหุบปากแน่น อาจเป็นสัญญาณของความเครียดหรือความไม่สบายใจ ส่วนขน หากสังเกตเห็นขนบริเวณหลังหรือคอตั้งขึ้นมา คล้าย ๆ ขนลุก อาจหมายถึงว่าน้องกำลังตื่นกลัว หรือรู้สึกไม่ปลอดภัยในสถานการณ์นั้น
2. ดวงตาและใบหู
ดวงตาและใบหูของน้องหมาก็เป็นอีกหนึ่งภาษาที่สื่อสารได้ชัดเจนมาก ดวงตาเบิกกว้าง รูม่านตาขยาย อาจแสดงถึงความตื่นเต้นหรือความกลัว ในขณะที่ตาเรียบนิ่ง กระพริบตาช้า ๆ แปลว่าเขารู้สึกผ่อนคลายและปลอดภัย ส่วนใบหูเองก็มีบทบาทสำคัญ ถ้าน้องหูตั้ง แปลว่าเขากำลังสนใจหรือเฝ้าระวังบางอย่างอยู่ แต่ถ้าใบหูลู่ลงแนบใบหน้า มักเกิดขึ้นเมื่อเขารู้สึกเครียด ไม่มั่นใจ หรือยอมจำนน การเปลี่ยนแปลงของดวงตาและใบหูจึงเป็นอีกหนึ่งสัญญาณสำคัญที่ช่วยให้เจ้าของอ่านอารมณ์น้องหมาได้แม่นยำมากขึ้น
3. เสียงร้อง
แม้ว่าสุนัขจะสื่อสารด้วยภาษากายมากกว่าเสียง แต่การส่งเสียงก็มีบทบาทไม่น้อยเลยทีเดียว น้องหมาอาจเห่าเพื่อแสดงความดีใจ เตือนภัย หรือขอความสนใจ ขึ้นอยู่กับโทนเสียงและจังหวะ เช่น เห่าเร็ว เสียงสูง มักเกิดขึ้นเวลาเจอเจ้าของหรือของเล่นที่ชอบ ในขณะที่เสียงเห่าต่ำและยาว อาจเป็นการเตือนว่ารู้สึกไม่ปลอดภัย เสียงหงิงเบา ๆ มักใช้เวลาน้องต้องการความช่วยเหลือ หรือรู้สึกโดดเดี่ยว ส่วนการคำรามหรือการที่น้องหมาหอนนั้น ส่วนใหญ่จะแสดงถึงการเตือน หรือใช้สื่อสารกับหมาตัวอื่น
ท่าทางของสุนัข ที่บ่งบอกว่าน้องหมามีความสุข

เวลาน้องหมาอารมณ์ดี เค้าจะแสดงออกอย่างเปิดเผยสุด ๆ ไม่ว่าจะด้วยท่าทางหรือสายตา ใครเห็นก็รู้ว่าวันนี้เจ้าตูบอารมณ์ดีแน่นอน!
หางกระดิกแรงและรวดเร็ว
หูอยู่ในตำแหน่งปกติ ไม่ตึงหรือหุบ
อ้าปากเล็กน้อย ลิ้นห้อย ดูผ่อนคลาย
ตากลมใส กระพริบช้า ๆ
กระโดดโลดเต้น วิ่งไปมา หรือเอาของเล่นมาให้
นอนตะแคงให้ลูบท้อง แสดงความไว้ใจสุด ๆ แปลว่าน้องผ่อนคลาย รู้สึกปลอดภัย
ก้มตัว ก้นโด่ง (Play Bow) เป็นการสื่อสารว่า อยากเล่นด้วย
ชอบเดินตามเจ้าของแบบใกล้ชิด หรือมานอนใกล้ๆ เรียกร้องความสนใจ
เลียมือหรือหน้าเจ้าของเบา ๆ เป็นการแสดงความรัก ความไว้ใจ และความผูกพันกับคนที่เค้ารัก
ถ้าเห็นท่าทางเหล่านี้บ่อย ๆ แสดงว่าน้องหมาของเพื่อนๆ กำลังมีความสุขกับสิ่งแวดล้อมและความรักที่ได้รับอยู่แน่นอน!
ท่าทางของสุนัข ที่บ่งบอกว่าน้องหมามีความเครียด

น้องหมาที่เครียดอาจไม่ได้แสดงออกชัดเจนเสมอไป บางทีจะมาในรูปแบบของพฤติกรรมเล็ก ๆ ที่เราต้องสังเกตให้ดี
หูลู่ไปด้านหลัง หรือแนบกับหัว
เลียปากหรือจมูกซ้ำ ๆ ทั้งที่ไม่ได้กินอะไร
เลียอุ้งเท้าจนเปียกหรือเป็นแผล บางครั้งเป็นพฤติกรรมจากความเครียดเรื้อรัง หรือเบื่อหน่ายในสิ่งแวดล้อม เช่น อยู่ตัวคนเดียวบ่อยเกินไป
หาวบ่อย (เป็นการระบายความเครียด ไม่ใช่ง่วงเสมอไป)
เดินวน ซุกตัวตามมุม หรืออยู่ในท่าหลบซ่อน
สะบัดตัวแรง ๆ เหมือนสะบัดอารมณ์ทิ้ง
หางตกหรือแกว่งเบา ๆ อย่างไม่มั่นใจ
หลีกเลี่ยงการสบตา หรือหันหน้าหนี
สั่นเบา ๆ หรือสั่นทั้งตัว
ถ้าเจอน้องหมาแสดงท่าทางเหล่านี้บ่อย ๆ ควรหาสาเหตุว่ามีอะไรทำให้เขาไม่สบายใจ และค่อย ๆ ช่วยเขาผ่อนคลาย เช่น สร้างพื้นที่ส่วนตัว หรือให้เวลาอยู่กับคนที่ไว้ใจ
ท่าทางของสุนัข ที่บ่งบอกว่าน้องหมามีความกลัว

เมื่อรู้สึกกลัว น้องหมาจะพยายามลดขนาดตัวเองให้เล็กลง เพื่อหลีกเลี่ยงสถานการณ์ที่เขารู้สึกไม่ปลอดภัย
หางจุกเข้าไปใต้ท้อง
หูหุบลงแนบกับหัว
สั่น ตัวงอ หรือนอนราบกับพื้น
พยายามหลบไปอยู่มุมห้อง หรือใต้โต๊ะ
หลีกเลี่ยงสายตา ไม่สบตา
ตาเบิกกว้าง รูม่านตาขยาย
ส่งเสียงหงิง หรือร้องเบา ๆ
กลั้นหายใจ หรือหอบถี่ (หายใจผิดปกติ)
ถ้าสังเกตเจอพฤติกรรมนี้ ควรหลีกเลี่ยงการลงโทษหรือเข้าใกล้แบบรวดเร็ว เพราะจะยิ่งทำให้น้องหวาดกลัวมากขึ้น ค่อย ๆ ใช้ความอ่อนโยนช่วยให้เค้ารู้สึกปลอดภัยดีกว่า
ท่าทางของสุนัข ที่บ่งบอกว่าน้องหมากำลังก้าวร้าว

พฤติกรรมก้าวร้าวของน้องหมาไม่ใช่เรื่องเล่น ๆ และมักมีสัญญาณเตือนล่วงหน้าเสมอ หากอ่านภาษากายออก จะช่วยหลีกเลี่ยงสถานการณ์อันตรายได้
จ้องเขม็งแบบไม่กระพริบตา
ริมฝีปากตึง โชว์เขี้ยว เห็นฟัน
คำราม หรือเห่าเสียงต่ำ
หางชี้ตรง แข็งตึง ไม่กระดิก
ขนตั้งชันบริเวณหลัง คอ หรือหาง
ตัวแข็งเกร็ง พร้อมพุ่งเข้าใส่
ยืนขาแข็ง ขยับตัวน้อย
ทิ้งน้ำหนักลงขาหน้า พร้อมกระโจนใส่
หากน้องหมาแสดงสัญญาณเหล่านี้ ควรถอยห่าง หลีกเลี่ยงการสบตา และไม่แสดงท่าทีคุกคามกลับ เพราะอาจกระตุ้นพฤติกรรมที่ก้าวร้าวของน้องหมาได้
พฤติกรรมของสุนัขที่เจ้าของมักเข้าใจผิด
1. ยิ้มโชว์ฟัน = ไม่ใช่ความดีใจเสมอไป
เจ้าของหลายคนคิดว่าเวลาน้องยิ้ม จนเห็นฟันคือสัญญาณของความสุข แต่จริง ๆ แล้วอาจเป็นสัญญาณของ ความเครียด หรืออารมณ์ป้องกันตัว โดยเฉพาะถ้ามาพร้อมกับการจ้องตา หูลู่ หรือคำรามต่ำ ๆ ควรอ่านบริบทโดยรอบเสมอ
2. นอนนิ่ง ๆ ไม่รบกวน = ไม่ได้แปลว่าสบายใจเสมอไป
น้องหมาที่นอนเฉย ไม่เดิน ไม่เล่น อาจดูเหมือนเรียบร้อยหรือขี้เกียจ แต่ในบางกรณีอาจเป็น สัญญาณของความเครียด เบื่อ หรือไม่สบาย โดยเฉพาะถ้าเป็นพฤติกรรมที่เพิ่งเกิดขึ้นใหม่ หรือเกิดบ่อยเกินไป
3. เลียหน้าหรือมือ = ไม่ได้หมายถึงความรักเสมอ
ถึงแม้การเลียเจ้าของจะตีความได้ว่าเป็นความรักและผูกพัน แต่บางครั้งน้องหมาเลียเพราะ ต้องการลดความตึงเครียดของตัวเอง หรือกำลังหาวิธีปลอบใจตัวเอง ในสถานการณ์ที่ทำให้รู้สึกไม่มั่นคง ควรลองสังเกตุ อาการอื่นๆ ร่วมด้วย
4. เลียอุ้งเท้าหรือขนตัวเองบ่อย ๆ = ไม่ใช่แค่พฤติกรรมรักสะอาด
การเลียตัวเองมากผิดปกติอาจไม่ได้เกี่ยวกับความสะอาดเลย แต่อาจเป็น สัญญาณของความเครียด อาการแพ้ หรือโรคผิวหนัง โดยเฉพาะถ้าเลียจนนำไปสู่การเกิดแผล หรือมีขนหลุด ควรปรึกษาสัตวแพทย์ทันที
5. หาวบ่อย = ไม่ได้แปลว่าง่วงอย่างเดียว
สุนัขอาจหาวเพื่อคลายความง่วงจริง แต่ก็มีหลายครั้งที่ หาวเป็นการระบายความเครียดหรือความรู้สึกอึดอัด เช่น ตอนเจอคนแปลกหน้า หรือตอนฝึกที่นานเกินไป ให้สังเกตพฤติกรรมร่วมอื่น ๆ ประกอบเสมอ
การเข้าใจภาษากายของสุนัขไม่ใช่แค่เรื่องของคนที่อยากฝึกน้องให้เชื่อฟัง แต่เป็นพื้นฐานสำคัญของความสัมพันธ์ระหว่างเจ้าของกับเจ้าตูบ เพราะเมื่อเราฟังเค้าได้ ผ่านสายตา ท่าทาง หาง หู หรือแม้แต่เสียงร้องเบา ๆ เราก็จะเข้าใจว่าเวลาน้องมีความสุข เครียด หรือไม่สบายใจ เค้ากำลังพยายามสื่อสารอะไรกับเราอยู่
และแน่นอนว่า การดูแลน้องให้ดี ไม่ได้จบแค่ความเข้าใจเรื่องอารมณ์เท่านั้น แต่รวมไปถึงเรื่องเล็ก ๆ ที่สำคัญมาก อย่างการเลือกอาหารด้วย เพราะอาหารที่เหมาะกับวัยและความต้องการของน้องหมา ไม่เพียงช่วยให้สุขภาพดีจากภายใน แต่ยังส่งผลต่อพฤติกรรม อารมณ์ และภาษากายของเค้าโดยตรง
ยังไงเราก็ขอฝาก Yora อาหารสุนัขเกรด Holistic จากประเทศอังกฤษ ที่ใช้โปรตีนจากแมลงเป็นแหล่งหลัก ให้สารอาหารสูง ย่อยง่าย เหมาะกับน้องหมาทุกสายพันธุ์ ไว้ด้วยนะครับ
ให้ Yora เป็นอีกหนึ่งตัวช่วยดี ๆ ที่ดูแลน้องหมาของคุณอย่างเข้าใจจริง ๆ ทั้งจากภายในและภายนอก

