การถ่ายพยาธิสุนัข ต้องถ่ายให้บ่อยแค่ไหน คู่มือสำหรับเจ้าของสุนัขมือใหม่
- YORA Expert
- Jun 16, 2025
- 2 min read

หลายคนอาจไม่รู้ว่าการถ่ายพยาธิสุนัขเป็นเรื่องพื้นฐานที่สำคัญมากพอ ๆ กับการฉีดวัคซีนหรือให้อาหารดี ๆ เลยก็ว่าได้ เพราะพยาธิสามารถแอบอยู่ในร่างกายน้องหมาได้แบบไม่แสดงอาการ จนส่งผลต่อสุขภาพทั้งระบบย่อย อวัยวะภายใน และการเจริญเติบโตโดยไม่รู้ตัว
วันนี้ Yora Thailand จะพาพ่อ ๆ แม่ ๆ มือใหม่ หรือคนที่เลี้ยงมานานแต่ยังไม่แน่ใจ มารู้จักวิธีถ่ายพยาธิให้ถูกต้อง ว่าควรเริ่มเมื่อไหร่ ทำบ่อยแค่ไหน เพื่อให้น้องหมาอยู่กับเราสุขภาพดีไปนาน ๆ!
ทำไมต้องถ่ายพยาธิให้น้องหมา?
ก่อนจะไปดูว่าต้องถ่ายพยาธิให้สุนัขที่บ้านบ่อยแค่ไหน เรามาทำความเข้าใจกันก่อนว่าทำไมการถ่ายพยาธิจึงสำคัญ โดยเฉพาะกับลูกสุนัขที่ยังอายุไม่มาก
พยาธิเป็นปัญหาที่พบได้บ่อยในน้องหมา เพราะพวกเขามีโอกาสติดเชื้อได้จากหลายทาง ไม่ว่าจะเป็นการกินอาหารหรือของเล่นที่ปนเปื้อน การเลียพื้น หรือแม้แต่การติดมาจากแม่สุนัข ทั้งทางรกและทางน้ำนมตั้งแต่ยังไม่ลืมตาดูโลก
พยาธิเหล่านี้อาจดูเล็ก แต่ผลกระทบกลับใหญ่กว่าที่คิด เช่น ขัดขวางการดูดซึมอาหาร ทำให้น้องเจริญเติบโตช้า ตัวผอม ท้องเสีย เบื่ออาหาร หรือในบางกรณีอาจทำให้หายใจลำบาก หากพยาธิเข้าไปอยู่ในปอด
การถ่ายพยาธิจึงไม่ใช่แค่การป้องกัน แต่คือการดูแลสุขภาพพื้นฐานที่ช่วยให้น้องหมาเติบโตได้อย่างแข็งแรงและสดใสในทุกช่วงวัย

ชนิดของพยาธิที่พบในสุนัข
1. พยาธิตัวกลม (Roundworm)
เจ้าตัวนี้เป็นพยาธิที่เจอบ่อยที่สุด โดยเฉพาะในลูกสุนัข และมองเห็นได้ด้วยตาเปล่า ลักษณะคล้ายเส้นสปาเกตตี น้องหมาที่ติดพยาธิตัวกลมมักมีอาการท้องป่อง ผิวหนังหยาบ น้ำหนักลด ท้องเสียหรืออาเจียนออกมาเป็นตัวพยาธิก็มีให้เห็นบ่อย ๆ ด้วยเช่นกัน บางครั้งอาจเห็นในอุจจาระหรือไอออกมาเป็นตัวได้เลย
2. พยาธิตัวตืด (Tapeworm)
ตัวนี้เป็นพยาธิที่มักหลุดออกมาในอุจจาระ มีลักษณะแบนยาว คล้ายเมล็ดข้าวสาร ตัวพยาธิจะอาศัยอยู่ในลำไส้และดูดสารอาหารไปเรื่อย ๆ น้องหมาจะมีอาการคันก้นจนชอบไถก้นกับพื้น หรือกัดโซนหลังหรือก้นบ่อยผิดปกติ ถ้าใครเห็นพฤติกรรมแบบนี้ อาจต้องสงสัยไว้ก่อนเลยว่ามีตัวตืดซ่อนอยู่!
3. พยาธิแส้ม้า (Whipworm)
เป็นพยาธิอีกชนิดที่พบได้ในลำไส้ใหญ่ของสุนัข ตัวจะเล็กและเรียวยาวคล้ายแส้ม้า มองเห็นได้ยากกว่าพยาธิตัวกลมเล็กน้อย อาการที่มักเจอคือถ่ายอุจจาระมีมูกหรือเลือดเจือปน รวมถึงน้ำหนักลดโดยไม่ทราบสาเหตุ มักพบในสุนัขโตมากกว่าลูกสุนัข แต่ก็ยังเป็นปัญหาที่ควรระวังเพราะมักทำให้เกิดอาการท้องเสียเรื้อรังและการอักเสบของลำไส้ใหญ่ได้
4. พยาธิปากขอ (Hookworm)
เป็นพยาธิที่มีขนาดเล็กกว่าพยาธิตัวกลม แม้จะมองไม่เห็นด้วยตาเปล่า แต่พยาธิปากขอก็อันตรายไม่แพ้ใคร เพราะมันดูดเลือดจากผนังลำไส้โดยตรง ทำให้น้องหมามีอาการซีด โลหิตจาง อ่อนแรง หรือถ่ายเป็นเลือดแบบไม่ทันตั้งตัว สุนัขที่ติดพยาธินี้อาจดูไม่มีแรงหรือซึม ๆ เหมือนคนไม่สบาย โดยเฉพาะในลูกสุนัขที่มีร่างกายยังอ่อนแอ อาจเป็นอันตรายถึงชีวิตได้
ถ่ายพยาธิลูกสุนัขเมื่อไหร่ดี? วางแผนให้ถูกตั้งแต่วันแรกที่รับน้องมาอยู่ด้วย

สำหรับเจ้าของมือใหม่ หนึ่งในเรื่องที่ต้องรู้และเตรียมตัวให้ดีตั้งแต่แรกเลยคือ การถ่ายพยาธิลูกสุนัข เพราะเจ้าตัวเล็กมีภูมิคุ้มกันยังไม่สมบูรณ์ และมีโอกาสติดพยาธิได้ง่ายกว่าสุนัขโต ทั้งจากการดูดนมแม่ที่มีเชื้อพยาธิอยู่ หรือสัมผัสกับสิ่งแวดล้อมรอบตัว
การถ่ายพยาธิไม่ใช่แค่เพื่อความสบายตัวของน้องเท่านั้น แต่ยังช่วยให้ระบบย่อยอาหารทำงานได้ดี ไม่ท้องเสีย ไม่ซึม และเจริญเติบโตได้เต็มที่อีกด้วย
ตารางการถ่ายพยาธิของลูกสุนัข
เริ่มครั้งแรก: เมื่อน้องหมามีอายุประมาณ 2–3 สัปดาห์
หลังจากนั้น: ให้ถ่ายพยาธิซ้ำทุก 2 สัปดาห์ จนกระทั่งอายุครบ 12 สัปดาห์
อายุ 3–6 เดือน: ช่วงนี้ยังควรถ่ายพยาธิเดือนละครั้ง เพราะลูกสุนัขเริ่มสำรวจโลกมากขึ้นและมีโอกาสติดพยาธิจากสิ่งแวดล้อมได้สูง
หลัง 6 เดือนขึ้นไป: เปลี่ยนเป็นถ่ายพยาธิทุก 3 เดือน หรือทุก 4 เดือน ตามความเหมาะสม
ตารางนี้เป็นแนวทางเบื้องต้นที่ใช้ได้กับลูกสุนัขส่วนใหญ่ แต่ถ้าในบ้านมีหลายตัว หรือเลี้ยงแบบปล่อยให้ออกไปเล่นนอกบ้านบ่อย ๆ แนะนำให้ปรึกษาสัตวแพทย์เพื่อปรับตารางให้เหมาะกับสภาพแวดล้อมของแต่ละบ้านครับ
ตารางการถ่ายพยาธิสุนัขโต อย่าชะล่าใจ ถึงโตแล้วก็ยังต้องดูแล!
สุนัขโตเต็มวัย แม้จะมีภูมิคุ้มกันที่แข็งแรงขึ้น แต่ก็ยังมีโอกาสติดพยาธิได้อยู่ดี โดยเฉพาะสุนัขที่ชอบเลียพื้น ดมของ หรือมีพฤติกรรมกัดเล่นนู่นนี่ตามธรรมชาติ
แนวทางการถ่ายพยาธิสุนัขโต
ทุก ๆ 3 เดือน (หากมีความเสี่ยงสูง) หรือ ทุก ๆ 6 เดือน หรือ 1 ปี เป็นความถี่มาตรฐานที่แนะนำสำหรับสุนัขโตทั่วไป
ในบางกรณี เช่น บ้านที่มีเด็กเล็ก สุนัขเลี้ยงแบบปล่อย หรืออยู่รวมกับสัตว์อื่น อาจต้องถ่ายพยาธิถี่ขึ้น ตามคำแนะนำของสัตวแพทย์
ขั้นตอนการถ่ายพยาธิให้สุนัข: มือใหม่ก็ทำได้ ถ้าเริ่มต้นอย่างถูกวิธี
การถ่ายพยาธิให้สุนัขอาจฟังดูเป็นเรื่องใหญ่สำหรับเจ้าของมือใหม่ แต่จริง ๆ แล้วไม่ยากอย่างที่คิด หากทำตามขั้นตอนอย่างถูกต้อง ตั้งแต่การปรึกษาคุณหมอ ไปจนถึงการเลือกยาและจ่ายยาในปริมาณที่เหมาะสมกับน้ำหนักตัวน้อง

ขั้นตอนที่ 1: เริ่มต้นจากการพาน้องไปพบสัตวแพทย์
ก่อนคิดจะซื้อยาหรือถ่ายพยาธิเอง สิ่งแรกที่ควรทำคือพาน้องไปให้คุณหมอเช็กสุขภาพก่อน เพราะลูกหมาแต่ละตัวมีสภาพร่างกายไม่เหมือนกัน บางตัวอาจมีปัญหาแฝงที่เรามองไม่เห็น เช่น ภูมิคุ้มกันต่ำ ท้องเสียบ่อย หรือเคยได้รับพยาธิจากแม่ตั้งแต่ยังอยู่ในท้อง คุณหมอจะช่วยตรวจเบื้องต้น ประเมินความเสี่ยง และวางแผนถ่ายพยาธิอย่างปลอดภัย เช่น อาจมีการเก็บตัวอย่างอุจจาระไปตรวจหาพยาธิเฉพาะกลุ่ม หรือใช้วิธีอื่นที่เหมาะสมกับวัยของน้อง
สำหรับสุนัขโต แม้จะมีร่างกายที่แข็งแรงขึ้น แต่การปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนถ่ายพยาธิก็ยังคงสำคัญ เพื่อให้ได้คำแนะนำที่ตรงกับสุขภาพปัจจุบัน รวมถึงความถี่ในการถ่ายพยาธิ ตัวยาที่เหมาะสม และขนาดยาที่ปลอดภัย
ขั้นตอนที่ 2: เลือกยาถ่ายพยาธิให้เหมาะกับน้องหมา
ยาถ่ายพยาธิไม่ได้มีแบบเดียว และไม่ได้ครอบคลุมพยาธิทุกชนิดเสมอไป ยาบางตัวใช้สำหรับพยาธิไส้เดือน พยาธิปากขอ และพยาธิตัวตืด ส่วนยาบางชนิดอาจจำเป็นเฉพาะกรณี เช่น เมื่อน้องติดพยาธิที่รุนแรงหรือดื้อยา
หากเพิ่งเริ่มเลี้ยง ควรขอคำแนะนำจากคุณหมอก่อนเลือกซื้อ เพราะบางครั้งยาที่ขายตามร้านทั่วไปอาจไม่เหมาะกับน้องหมาที่อายุยังน้อย หรือมีภาวะอ่อนแอ
ในกรณีของหมาโต ที่อาจเคยถ่ายพยาธิมาแล้วหลายรอบ การเลือกยาก็ต้องคำนึงถึงประวัติสุขภาพในอดีต รวมถึงดูว่ายาชนิดเดิมยังได้ผลอยู่หรือไม่ หรือควรเปลี่ยนเป็นสูตรอื่นที่ครอบคลุมพยาธิชนิดใหม่ ๆ ได้มากขึ้น
ขั้นตอนที่ 3: วิธีให้ยาและการคำนวณปริมาณ
ยาถ่ายพยาธิมีทั้งแบบเม็ดและแบบน้ำ ซึ่งแบบน้ำมักเหมาะกับลูกหมามากกว่า เพราะกลืนง่ายและไม่ทำให้เครียด ส่วนการให้ยาจะคำนวณจากน้ำหนักตัวของสุนัข ไม่ว่าจะเป็นลูกหมาหรือหมาโต เพื่อให้ปริมาณยาที่ได้รับเพียงพอและออกฤทธิ์ได้อย่างมีประสิทธิภาพ
เคล็ดลับ: ถ้าน้องไม่ยอมกินยาตรง ๆ ลองบดเม็ดยาผสมกับอาหารที่น้องชอบ หรือใช้ไซริงก์หยอดยาน้ำก็เป็นอีกวิธีที่สะดวก แต่ต้องใจเย็นและค่อย ๆ หยอดนะครับ
ปกป้องน้องหมาจากพยาธิและปรสิตยังไงได้บ้าง?

การถ่ายพยาธิเป็นเพียงหนึ่งในขั้นตอนของการดูแลสุขภาพน้องหมา แต่ถ้าอยากให้น้องปลอดภัยจากพวกปรสิตตัวร้ายอย่างต่อเนื่อง เราต้องใส่ใจเรื่องการป้องกันด้วยเพราะไม่ใช่แค่พยาธิในลำไส้เท่านั้นที่น่ากังวล แต่ยังมีพยาธิที่แอบแฝงอยู่ภายในร่างกาย และพวกปรสิตภายนอก เช่น หมัดและเห็บ ที่อาจนำพยาธิตัวตืดติดตามมาด้วย
ยาถ่ายพยาธิ
การให้ยาถ่ายพยาธิเป็นประจำตามคำแนะนำของสัตวแพทย์ จะช่วยกำจัดพยาธิที่อาจสะสมอยู่ในร่างกายของน้องหมาออกไป ซึ่งยาถ่ายพยาธิแต่ละชนิดออกฤทธิ์กับพยาธิต่างประเภทกัน ดังนั้นก่อนให้ยาทุกครั้งควรปรึกษาคุณหมอเพื่อเลือกยาที่ตรงจุด และเหมาะกับน้ำหนักตัวรวมถึงสุขภาพโดยรวมของน้อง
หยดยาป้องกันพยาธิ
หลายคนอาจรู้จักการหยอดยาเฉพาะจุดเพื่อกำจัดเห็บหมัด แต่รู้ไหมว่าปัจจุบันมียาหยดบางชนิดที่สามารถช่วยกำจัดพยาธิภายใน เช่น พยาธิตัวกลมหรือพยาธิปากขอ ได้ด้วย ซึ่งยาหยดนั้นใช้ง่าย แค่หยดหลังคอเดือนละครั้งก็ช่วยป้องกันได้อย่างครอบคลุม แต่ต้องเลือกให้เหมาะกับน้องหมาแต่ละตัว เพราะบางสูตรก็ออกฤทธิ์ไม่เหมือนกัน แนะนำให้คุณหมอช่วยเลือกให้จะชัวร์ที่สุด
พยาธิกับคนในบ้าน อันตรายที่ไม่ควรมองข้าม
พยาธิบางชนิดในสุนัข เช่น พยาธิตัวกลม สามารถติดต่อมาสู่คนได้ โดยเฉพาะในเด็กเล็กที่อาจยังไม่รู้จักความสะอาดดีพอ หรือมีพฤติกรรมเล่นกับน้องหมาใกล้บริเวณที่ถ่ายของเสีย หากบังเอิญสัมผัสไข่พยาธิที่ปนอยู่ตามดินหรือพื้นที่น้องขับถ่ายโดยตรง แล้วนำมือเข้าปากหรือหยิบอาหารกิน ก็มีโอกาสติดเชื้อได้
ทางที่ดีที่สุดคือ เจ้าของควรใส่ถุงมือหรือใช้กระดาษทิชชูหนา ๆ ขณะเก็บอึน้อง และล้างมือให้สะอาดหลังจากทำความสะอาดทุกครั้ง รวมถึงหมั่นถ่ายพยาธิให้น้องหมาอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันการแพร่กระจายของพยาธิในบ้าน
ไม่ว่าน้องหมาจะยังเป็นลูกหมาตัวเล็ก หรือโตเต็มวัยแล้ว การถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอก็เป็นหนึ่งในขั้นตอนดูแลสุขภาพพื้นฐานที่จำเป็นมาก เพราะพยาธิสามารถส่งผลต่อระบบย่อยอาหาร การเจริญเติบโต และสุขภาพโดยรวมของสุนัขได้แบบเงียบ ๆ โดยที่เราไม่ทันรู้ตัว
สิ่งสำคัญคือ ควรปรึกษาสัตวแพทย์ก่อนทุกครั้ง เพื่อวางแผนการถ่ายพยาธิให้เหมาะกับวัย น้ำหนัก และสุขภาพของน้องหมาแต่ละตัว และอย่าลืมว่า การป้องกันดีกว่าการรักษา การดูแลเรื่องความสะอาด การให้อาหารที่มีคุณภาพ และการตรวจสุขภาพอย่างสม่ำเสมอ ก็ช่วยลดความเสี่ยงจากพยาธิได้เยอะเลย
และถ้าใครกำลังมองหาอาหารดี ๆ ที่ช่วยเสริมภูมิต้านทาน ดูแลสุขภาพทางเดินอาหาร และอ่อนโยนต่อลำไส้ เราก็ขอฝาก Yora อาหารสุนัขเกรด Holistic นำเข้าจากประเทศอังกฤษ ซึ่งทำมาจากโปรตีนแมลง ย่อยง่าย ให้โภชนาการสูง เหมาะกับน้องหมาทุกสายพันธุ์ ไว้ด้วยนะครับ

