สุนัขสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อก อาหาร วิธีเลี้ยง [พร้อมราคา]
- YORA Expert

- Dec 18, 2025
- 3 min read

ถ้าพูดถึงสุนัขหน้าตาย่น หน้าตาดูดุแต่จริง ๆ ใจดี ขี้อ้อน และติดเจ้าของสุด ๆ ชื่อของ อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog) ต้องติดอันดับต้น ๆ แน่นอน ด้วยรูปร่างล่ำ ๆ หน้าย่นเป็นเอกลักษณ์ และท่าทางดูนิ่ง ๆ เหมือนจะขี้เกียจตลอดเวลา ทำให้น้องกลายเป็นขวัญใจของคนรักหมาทั่วโลก รวมถึงในไทยเองก็มีคนเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกเพิ่มขึ้นเรื่อย ๆ
วันนี้ Yora Thailand จะพาทุกคนมาทำความรู้จักสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก ให้มากขึ้น ตั้งแต่นิสัย ประวัติ โรคที่ต้องระวัง วิธีเลี้ยง การเลือกอาหารให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัย ไปจนถึงราคาคร่าว ๆ สำหรับใครที่กำลังชั่งใจว่าจะรับน้องบูลด็อกมาเป็นสมาชิกใหม่ในบ้านดีไหม บอกเลยว่าอ่านจบ มีสิทธิ์หลงรักแบบไม่รู้ตัวแน่นอน
ภาพรวมน้องหมาอิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
น้ำหนักเฉลี่ย | 18-30 กิโลกรัม |
ส่วนสูงเฉลี่ย | 36-60 เซนติเมตร |
อายุขัยเฉลี่ย | 12-13 ปี |
ลักษณะขน | ขนสั้น เรียบ เงา |
สีขน | สีน้ำตาลแดง น้ำตาลแกมเหลือง น้ำตาลอ่อน ขาว ดำ ดำและน้ำตาล ขาวและสีผสม และ สีลายเสือ |
นิสัย | ใจดี อ่อนโยน ขี้อ้อน รักและติดเจ้าของ ไม่ซนมาก |
โรคที่ต้องระวัง |
|
ประวัติของสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
สุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก มีต้นกำเนิดจากประเทศอังกฤษ และมีประวัติยาวนานมาก ย้อนกลับไปหลายร้อยปี เดิมทีน้องไม่ได้ถูกเลี้ยงเป็นหมาเลี้ยงน่ารักเหมือนในปัจจุบัน แต่ถูกพัฒนาขึ้นมาเพื่อใช้ในกิจกรรมที่เรียกว่า bull-baiting หรือการต่อสู้กับวัว ซึ่งเป็นกีฬาที่ได้รับความนิยมในอังกฤษช่วงศตวรรษที่ 13–18
ด้วยบทบาทนี้เอง อิงลิช บูลด็อกยุคแรกจึงมีรูปร่างล่ำ แข็งแรง กล้ามเนื้อแน่น ขากรรไกรทรงพลัง และนิสัยกล้าหาญไม่กลัวคู่ต่อสู้ ลักษณะหน้าสั้นและกรามกว้างก็ถูกคัดเลือกมาเพื่อให้กัดได้มั่นคงและหายใจได้แม้ขณะเกาะเป้าหมายอยู่ นี่คือที่มาของหน้าตาอันเป็นเอกลักษณ์ของบูลด็อกที่เราคุ้นตากันจนถึงทุกวันนี้
ต่อมาเมื่อกิจกรรม bull-baiting ถูกประกาศให้ผิดกฎหมายในปี ค.ศ. 1835 บูลด็อกก็เกือบสูญพันธุ์ไปช่วงหนึ่ง ก่อนที่กลุ่มผู้เพาะพันธุ์จะหันมาปรับสายพันธุ์ใหม่ โดยลดความดุดัน เพิ่มนิสัยอ่อนโยน และคัดเลือกให้เหมาะกับการเลี้ยงเป็นสัตว์เลี้ยงในครอบครัวมากขึ้น จากสุนัขนักสู้ในสนาม จึงค่อย ๆ กลายมาเป็นเพื่อนสี่ขาที่ใจดี ขี้อ้อน และรักเจ้าของ
จนถึงปัจจุบัน อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog) ได้รับการยอมรับจากสมาคมสุนัขทั่วโลกว่าเป็นหนึ่งในสายพันธุ์ที่มีเอกลักษณ์ทั้งรูปร่างและนิสัย แม้หน้าตาจะดูนิ่ง ๆ ดุ ๆ แต่ความจริงกลับเป็นสุนัขที่อ่อนโยน ซื่อสัตย์ รักครอบครัวมากกว่าการต่อสู้โดยสิ้นเชิง

ลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
ถึงหน้าตาของอิงลิช บูลด็อกจะดูนิ่ง ๆ หน้าดุ มีรอยย่นเต็มไปหมด แต่ถ้าได้ใช้ชีวิตร่วมกันจริง ๆ จะรู้เลยว่าน้องเป็นสุนัขที่ ใจดี อ่อนโยน และขี้อ้อนมาก แบบที่ใครได้เลี้ยงก็มักจะตกหลุมรักโดยไม่รู้ตัว น้องเป็นสายพันธุ์ที่รักเจ้าของสุด ๆ ชอบอยู่ใกล้คนในครอบครัว และมักจะตามเจ้าของไปทุกที่ ไม่ว่าจะนั่ง ดูทีวี หรือแม้แต่นอนเฉย ๆ ก็ขอมีที่ประจำอยู่ข้าง ๆ เสมอ
อิงลิช บูลด็อกเป็นสุนัขที่นิสัยค่อนข้างสงบ ไม่ซุกซนหรือมีพลังงานสูงเหมือนบางสายพันธุ์ จึงเหมาะกับคนที่อยู่บ้าน ไม่ต้องพาออกกำลังกายหนัก ๆ แค่พาเดินเล่นเบา ๆ ทุกวันก็เพียงพอแล้ว น้องไม่ใช่หมาที่ต้องการกิจกรรมเยอะ แต่ต้องการ “เวลา” และ “ความใส่ใจ” จากเจ้าของมากกว่า
อีกหนึ่งเสน่ห์ของอิงลิช บูลด็อกคือความเป็นมิตร น้องเข้ากับเด็กได้ดี และมักจะมีความอดทนสูง ไม่ก้าวร้าว หากได้รับการเลี้ยงดูและฝึกอย่างเหมาะสมตั้งแต่ยังเล็ก นอกจากนี้ยังสามารถอยู่ร่วมกับสัตว์เลี้ยงตัวอื่นได้ โดยเฉพาะถ้าได้ทำความคุ้นเคยกันตั้งแต่แรก
อย่างไรก็ตาม อิงลิช บูลด็อกก็มีมุมดื้อเงียบเล็ก ๆ อยู่เหมือนกัน บางครั้งน้องอาจเลือกทำตามใจตัวเองมากกว่าคำสั่ง เจ้าของจึงควรฝึกด้วยความใจเย็น ใช้วิธีเสริมแรงเชิงบวก เช่น การให้รางวัลหรือคำชม มากกว่าการดุหรือบังคับ เพราะยิ่งกดดัน น้องยิ่งไม่ยอมทำตาม
โดยรวมแล้ว อิงลิช บูลด็อก เป็นสุนัขที่เหมาะกับครอบครัวที่อยากได้น้องหมานิสัยน่ารัก ไม่วุ่นวาย และพร้อมจะเป็นเพื่อนข้างกายตลอดทั้งวัน ถ้าคุณกำลังมองหาหมาที่ไม่ได้ต้องการพื้นที่มาก แต่ต้องการหัวใจของเจ้าของแบบเต็มร้อย บูลด็อกคือหนึ่งในตัวเลือกที่ตอบโจทย์มาก ๆ เลยครับ
มาตรฐานสายพันธุ์เเละลักษณะทางร่างกายที่ดีของสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
อิงลิช บูลด็อก เป็นสุนัขที่มีเอกลักษณ์ชัดเจนตั้งแต่แรกเห็น ด้วยรูปร่างล่ำสัน หน้าสั้น และรอยย่นรอบใบหน้า ซึ่งลักษณะเหล่านี้ไม่ได้มีไว้แค่ความน่ารัก แต่ยังเป็นผลมาจากการคัดเลือกสายพันธุ์มาอย่างยาวนาน หากใครกำลังมองหาน้องบูลด็อกที่ได้มาตรฐาน หรืออยากรู้ว่าสุนัขพันธุ์นี้ควรมีโครงสร้างร่างกายแบบไหน ลองดูจุดสำคัญเหล่านี้เป็นแนวทางได้เลย
ศีรษะและใบหน้า
ศีรษะของอิงลิช บูลด็อกควรมีขนาดใหญ่ได้สัดส่วนกับลำตัว หน้าสั้น จมูกกว้าง และมีรอยพับชัดเจนบริเวณหน้าผากและรอบจมูก ดวงตาควรกลม ขนาดกลาง สีเข้ม ให้แววตาดูนุ่มนวล ไม่โปนหรือบวมผิดปกติ ส่วนใบหูควรมีขนาดเล็ก วางตำแหน่งสูง และพับลงเล็กน้อย
ลำตัวและโครงสร้าง
ลำตัวควรกว้าง อกผาย หลังสั้น และมีกล้ามเนื้อแน่นดูแข็งแรง ไหล่กว้าง ขาหน้าตั้งตรงและแข็งแรง ส่วนขาหลังควรมีกล้ามเนื้อดี รองรับน้ำหนักตัวได้มั่นคง ถึงแม้ขาจะดูสั้น แต่ควรยืนและเดินได้อย่างสมดุล ไม่โคลงหรือกะเผลก
ผิวหนังและรอยพับ
หนึ่งในจุดเด่นของอิงลิช บูลด็อกคือผิวหนังที่มีรอยพับ โดยเฉพาะบริเวณใบหน้าและลำคอ รอยพับเหล่านี้ควรสะอาด แห้ง ไม่มีกลิ่นอับหรือผื่นแดง เพราะถ้าดูแลไม่ดีอาจนำไปสู่ปัญหาผิวหนังอักเสบได้ง่าย
ขนและสีขน
ขนของอิงลิช บูลด็อกเป็นขนสั้น แน่น และเรียบ ไม่ยาวหรือหยาบ สีขนที่พบได้บ่อย ได้แก่ สีขาว สีแดง สีน้ำตาล ลายเสือ (brindle) หรือสีผสมขาว-น้ำตาล ขนควรดูเงางาม สุขภาพดี ไม่ร่วงเป็นหย่อม ๆ
หาง
หางของบูลด็อกควรสั้น อยู่ต่ำ และโค้งลงตามธรรมชาติ ไม่ชี้ตั้งขึ้นหรือบิดงอผิดรูปมากเกินไป
โดยรวมแล้ว อิงลิช บูลด็อกที่ได้มาตรฐานสายพันธุ์ควรดูแข็งแรง สมส่วน และเคลื่อนไหวได้ดี แม้จะมีรูปร่างล่ำและหน้าสั้น แต่ไม่ควรหายใจติดขัดหรือเดินลำบาก การเลือกน้องที่โครงสร้างดีตั้งแต่ต้น จะช่วยลดความเสี่ยงเรื่องสุขภาพในระยะยาว และทำให้น้องใช้ชีวิตได้อย่างสบายและมีความสุขมากขึ้นในทุกช่วงวัย

โรคที่ต้องระวังในสุนัขสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
อิงลิช บูลด็อก เป็นสุนัขที่ดูแข็งแรง ล่ำสัน และอารมณ์ดี แต่ด้วยโครงสร้างร่างกายและลักษณะเฉพาะของสายพันธุ์ ก็ทำให้น้องมีความเสี่ยงต่อปัญหาสุขภาพบางอย่างที่เจ้าของควรรู้ไว้ล่วงหน้า การเข้าใจโรคประจำสายพันธุ์จะช่วยให้เราดูแล ป้องกัน และสังเกตอาการผิดปกติของน้องได้เร็วขึ้น
โรคระบบทางเดินหายใจในสุนัขหน้าสั้น (Brachycephalic Obstructive Airway Syndrome : BOAS) ด้วยลักษณะจมูกสั้นและทางเดินหายใจแคบ อิงลิช บูลด็อกจึงหายใจได้ไม่คล่องเท่าสุนัขทั่วไป โดยเฉพาะเวลาร้อน ออกแรง หรืออากาศอับชื้น น้องอาจมีอาการหายใจเสียงดัง เหนื่อยง่าย หรือหอบเร็วกว่าปกติ เจ้าของควรหลีกเลี่ยงการพาออกกำลังกายในช่วงแดดจัด และไม่บังคับให้น้องวิ่งหรือออกแรงหนักเกินไป
โรคเชอร์รี่อาย (Cherry Eye) เป็นภาวะที่ต่อมหนังตาที่สามบริเวณหัวตายื่นออกมาเป็นก้อนสีแดงคล้ายลูกเชอร์รี่ พบได้บ่อยในสุนัขหน้าสั้นอย่างบูลด็อก แม้จะไม่ใช่โรคร้ายแรง แต่หากปล่อยไว้นานอาจทำให้ดวงตาอักเสบหรือติดเชื้อ ควรพาน้องไปพบสัตวแพทย์เป็นประจำเพื่อประเมินความเสี่ยงและรักษาอย่างเหมาะสม
ภาวะน้ำหนักเกินและโรคอ้วน อิงลิช บูลด็อกเป็นสายพันธุ์ที่น้ำหนักขึ้นง่าย เพราะนิสัยไม่ค่อยแอคทีฟและชอบนอนพักผ่อน หากปล่อยให้อ้วนเกินไป จะเพิ่มภาระให้ข้อต่อ หัวใจ และระบบหายใจ เจ้าของจึงควรควบคุมปริมาณอาหาร เลือกอาหารที่เหมาะกับสายพันธุ์ และพาออกกำลังกายเบา ๆ อย่างสม่ำเสมอ อ่านต่อ: อย่าปล่อยให้น้องหมาอ้วนเกินไป! เช็คสัญญานเสี่ยงโรคอ้วนในสุนัข
ปัญหาผิวหนังและรอยพับ รอยย่นบริเวณหน้าและลำคอเป็นเสน่ห์ของบูลด็อก แต่ก็เป็นจุดที่เสี่ยงต่อการสะสมของความชื้น สิ่งสกปรก และเชื้อโรค หากไม่ดูแลอย่างถูกวิธี อาจทำให้เกิดผื่นแดง กลิ่นอับ หรือผิวหนังอักเสบได้ ควรเช็ดทำความสะอาดรอยพับเป็นประจำ และดูแลให้แห้งอยู่เสมอ
ความไวต่ออุณหภูมิ อิงลิช บูลด็อกไม่เหมาะกับอากาศร้อนจัดหรือหนาวจัด เนื่องจากระบบควบคุมอุณหภูมิร่างกายทำงานได้ไม่ดีนัก ควรจัดสภาพแวดล้อมให้มีอากาศถ่ายเทดี อยู่ในที่ร่ม หรือห้องที่สามารถควบคุมอุณหภูมิได้ เพื่อให้น้องสบายตัวและลดความเสี่ยงต่ออาการฮีตสโตรก
ปัญหาข้อต่อและกระดูก ด้วยรูปร่างล่ำและน้ำหนักตัวค่อนข้างมาก บูลด็อกจึงมีโอกาสเกิดปัญหาเกี่ยวกับข้อสะโพก ข้อเข่า และกระดูกสันหลังได้ง่าย ควรหลีกเลี่ยงการให้น้องกระโดดขึ้นลงจากที่สูง หรือเดินบนพื้นลื่นเป็นเวลานาน รวมถึงเลือกอาหารที่ช่วยบำรุงข้อต่อและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์เหมาะสม
อาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขสายพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)

ลูกสุนัขอิงลิช บูลด็อก อายุ 1–3 เดือน
ในช่วงวัยเริ่มต้น ลูกสุนัขอิงลิช บูลด็อกกำลังอยู่ในระยะเจริญเติบโตอย่างรวดเร็ว ทั้งกระดูก กล้ามเนื้อ และระบบประสาท อาหารที่เหมาะสมควรเป็นอาหารสูตรลูกสุนัขโดยเฉพาะ ที่มีโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย เพื่อช่วยเสริมสร้างกล้ามเนื้อโดยไม่รบกวนระบบย่อยที่ยังบอบบาง
ควรเลือกอาหารที่เสริมแคลเซียมและฟอสฟอรัสในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อการพัฒนากระดูกและฟัน รวมถึงมี DHA และโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงสมองและสายตา เนื่องจากลูกสุนัขบูลด็อกมีรูปปากสั้น แนะนำให้เลือกเม็ดอาหารขนาดเล็ก หรือผสมน้ำให้นิ่มเล็กน้อย เพื่อให้น้องกินได้ง่ายและลดความเสี่ยงในการสำลัก ควรแบ่งให้อาหารวันละ 3–4 มื้อ เพื่อช่วยให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้อย่างเต็มที่
สุนัขอิงลิช บูลด็อก โตเต็มวัย อายุ 1 ปีขึ้นไป
เมื่ออิงลิช บูลด็อกเข้าสู่วัยโตเต็มวัย ความต้องการพลังงานจะเริ่มคงที่ แต่ความเสี่ยงเรื่อง น้ำหนักเกินและโรคอ้วน จะเพิ่มขึ้นอย่างชัดเจน อาหารในช่วงนี้จึงควรเน้นการควบคุมพลังงาน ไม่ให้แคลอรีสูงเกินไป แต่ยังคงมีโปรตีนเพียงพอสำหรับการรักษามวลกล้ามเนื้อ
ควรเลือกอาหารที่มี ใยอาหารช่วยระบบขับถ่าย และมีส่วนผสมที่อ่อนโยนต่อระบบย่อย เพราะบูลด็อกเป็นสายพันธุ์ที่แพ้อาหารได้ง่าย นอกจากนี้ อาหารที่มีโอเมก้า 3 และโอเมก้า 6 จะช่วยดูแลผิวหนังและลดปัญหาผื่นหรืออาการคันบริเวณรอยพับได้ดี แนะนำให้อาหารวันละ 2 มื้อ พร้อมควบคุมปริมาณอย่างเหมาะสม และพาน้องออกกำลังกายเบา ๆ เป็นประจำ
สุนัขอิงลิช บูลด็อก สูงวัย อายุ 7 ปีขึ้นไป
เมื่ออิงลิช บูลด็อกเริ่มเข้าสู่วัยสูงอายุ ระบบเผาผลาญจะทำงานช้าลง และอาจเริ่มมีปัญหาด้านข้อต่อ ระบบย่อย หรือฟัน อาหารเม็ดสำหรับสุนัขสูงวัยจึงควรเป็นสูตรที่ ไขมันต่ำ ย่อยง่าย และไม่หนักกระเพาะ
ควรมองหาอาหารที่เสริม กลูโคซามีนและคอนดรอยติน เพื่อช่วยดูแลข้อต่อ รองรับน้ำหนักตัว และลดความเสี่ยงของข้อเสื่อม รวมถึงมีสารต้านอนุมูลอิสระ เช่น วิตามิน E และโอเมก้า 3 ที่ช่วยบำรุงหัวใจ สมอง และระบบภูมิคุ้มกัน เม็ดอาหารควรมีขนาดและความแข็งที่เหมาะสม เคี้ยวง่าย สำหรับน้องที่เริ่มมีปัญหาเรื่องฟันหรือเหงือก อาจผสมอาหารเปียกหรือเติมน้ำอุ่นเล็กน้อย เพื่อช่วยให้น้องกินได้สะดวกขึ้น
วิธีการดูแลสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
การเลี้ยงอิงลิช บูลด็อกให้มีสุขภาพดีและอารมณ์แจ่มใส ไม่ได้ยากเกินไป แต่ต้องอาศัยความใส่ใจในรายละเอียดเล็ก ๆ น้อย ๆ เพราะน้องเป็นสุนัขหน้าสั้น ผิวมีรอยพับ และน้ำหนักขึ้นง่าย การดูแลที่เหมาะสมในแต่ละช่วงวัยจะช่วยให้น้องใช้ชีวิตได้อย่างสบายและอยู่กับเราไปได้นานขึ้น
การดูแลลูกสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก ช่วงอายุ 4–7 เดือน
ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ลูกสุนัขอิงลิช บูลด็อกกำลังเรียนรู้โลก น้องจะเริ่มแสดงนิสัย ชอบสำรวจ และจดจำสิ่งต่าง ๆ ได้เร็ว การดูแลจึงควรเน้นทั้งเรื่องสุขภาพและการปลูกฝังพฤติกรรมที่ดีตั้งแต่ต้น เจ้าของควรเริ่มฝึกคำสั่งพื้นฐานง่าย ๆ เช่น นั่ง คอย หรือมา ด้วยวิธีที่อ่อนโยน ใช้คำชมและรางวัลเป็นหลัก เพราะบูลด็อกอาจมีมุมดื้อเงียบ หากฝึกด้วยความใจเย็น น้องจะเรียนรู้ได้ดีและไม่ต่อต้าน
เรื่องสุขภาพ สิ่งที่ไม่ควรมองข้ามคือ การดูแลรอยพับบนใบหน้า ควรเช็ดทำความสะอาดและซับให้แห้งทุกวัน เพื่อให้น้องคุ้นเคยตั้งแต่ยังเล็ก และช่วยลดความเสี่ยงของผื่นหรือการติดเชื้อในอนาคต การออกกำลังกายควรเป็นกิจกรรมเบา ๆ เช่น เดินเล่นในบ้านหรือพาออกไปสูดอากาศสั้น ๆ หลีกเลี่ยงการวิ่งหรือเล่นแรง ๆ เพราะกระดูกและข้อต่อยังพัฒนาไม่เต็มที่
ในด้านอาหาร ควรให้อาหารสูตรลูกสุนัขอย่างต่อเนื่อง แบ่งให้น้องกินวันละ 3–4 มื้อ เพื่อช่วยให้ย่อยและดูดซึมสารอาหารได้ดี พร้อมมีน้ำสะอาดให้ดื่มตลอดเวลา และอย่าลืมพาน้องไปฉีดวัคซีน ถ่ายพยาธิ และตรวจสุขภาพตามกำหนด เพื่อวางพื้นฐานสุขภาพที่ดีตั้งแต่ช่วงแรกของชีวิต
การดูแลสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อก โตเต็มวัย อายุ 1 ปีขึ้นไป
เมื่ออิงลิช บูลด็อกเข้าสู่วัยโตเต็มวัย น้องจะเริ่มนิ่งขึ้น ใช้ชีวิตแบบสบาย ๆ มากขึ้น แต่ในขณะเดียวกันก็มีความเสี่ยงเรื่องน้ำหนักเกินและโรคประจำสายพันธุ์เพิ่มขึ้น เจ้าของจึงควรให้ความสำคัญกับการควบคุมน้ำหนักเป็นอันดับแรก เลือกอาหารที่เหมาะกับช่วงวัย คุมปริมาณให้พอดี และหลีกเลี่ยงการให้ขนมหรืออาหารคนบ่อยเกินไป
การออกกำลังกายสำหรับบูลด็อกควรเป็นแบบพอเหมาะ เช่น พาเดินเล่นวันละประมาณ 20–30 นาที หรือเล่นกิจกรรมเบา ๆ ที่ไม่กระแทกข้อต่อ หลีกเลี่ยงการออกกำลังกายในช่วงอากาศร้อนจัด เพราะสุนัขหน้าสั้นจะหายใจลำบากได้ง่าย ควรเลือกช่วงเช้าหรือเย็น และจัดพื้นที่พักผ่อนในบ้านให้มีอากาศถ่ายเทดี ไม่อับชื้น
ในด้านการดูแลร่างกาย ควรแปรงขนสัปดาห์ละ 1–2 ครั้ง อาบน้ำทุก 3–4 สัปดาห์ และดูแลรอยพับอย่างสม่ำเสมอ รวมถึงแปรงฟัน ตัดเล็บ และทำความสะอาดหูเป็นประจำ เพื่อป้องกันปัญหาสุขภาพเล็ก ๆ ที่อาจลุกลามในระยะยาว ที่สำคัญคือควรพาน้องไปตรวจสุขภาพกับสัตวแพทย์อย่างน้อยปีละ 1 ครั้ง เพื่อคัดกรองโรคเกี่ยวกับระบบหายใจ ข้อต่อ และผิวหนังตั้งแต่เนิ่น ๆ

ราคาหมาพันธุ์อิงลิช บูลด็อก (English Bulldog)
หลังจากรู้จักนิสัย การดูแล และสุขภาพของอิงลิช บูลด็อกกันไปแล้ว อีกหนึ่งคำถามที่หลายคนอยากรู้ก่อนตัดสินใจรับน้องเข้าบ้านก็คือ ราคาของอิงลิช บูลด็อกอยู่ที่ประมาณเท่าไหร่ ซึ่งต้องบอกก่อนเลยว่าราคาของสุนัขสายพันธุ์นี้มีช่วงค่อนข้างกว้าง ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย ไม่ว่าจะเป็นแหล่งที่มา คุณภาพสายพันธุ์ สี และเอกสารรับรองต่าง ๆ
โดยทั่วไป ราคาของอิงลิช บูลด็อกในประเทศไทยสามารถแบ่งคร่าว ๆ ได้ดังนี้
อิงลิช บูลด็อก เกรดเลี้ยงเล่น (Pet Grade) ราคาจะอยู่ประมาณ 8,000–30,000 บาท เหมาะสำหรับคนที่ต้องการน้องหมาไว้เลี้ยงเป็นเพื่อนในครอบครัว น้องกลุ่มนี้จะมีวัคซีนพื้นฐานครบ สุขภาพแข็งแรง แต่รูปลักษณ์อาจไม่ตรงตามมาตรฐานการประกวดทุกจุด
อิงลิช บูลด็อก เกรดประกวด (Show Quality) ราคาจะสูงขึ้นมาอยู่ที่ประมาณ 40,000–70,000 บาท โดยน้องหมากลุ่มนี้มักมีใบเพ็ดดีกรี พ่อแม่พันธุ์ผ่านการคัดเลือก และมีโครงสร้างตรงตามมาตรฐานสายพันธุ์ เหมาะสำหรับคนที่สนใจพัฒนาสายพันธุ์หรือส่งประกวด
อิงลิช บูลด็อก นำเข้า หรือสายแชมป์ หากเป็นน้องหมาที่นำเข้าจากต่างประเทศ หรือมาจากสายพันธุ์แชมป์ระดับนานาชาติ ราคาสามารถสูงถึงหลักแสน หรือมากกว่านั้น ขึ้นอยู่กับประเทศต้นทางและชื่อเสียงของฟาร์ม
นอกจากราคาซื้อตัวแล้ว สิ่งที่ควรคำนึงถึงไม่แพ้กันคือ ค่าใช้จ่ายระยะยาว ไม่ว่าจะเป็นค่าอาหารคุณภาพดี ค่าดูแลสุขภาพ ค่าตรวจสัตวแพทย์ และค่าดูแลผิวหนังหรือรอยพับ ซึ่งเป็นสิ่งจำเป็นสำหรับสุนัขพันธุ์อิงลิช บูลด็อกโดยเฉพาะ
ก่อนตัดสินใจรับน้องเข้าบ้าน แนะนำให้เลือกซื้อจากฟาร์มที่น่าเชื่อถือ เปิดเผยข้อมูลสุขภาพพ่อแม่พันธุ์ มีเอกสารรับรองชัดเจน และสามารถให้คำแนะนำการดูแลหลังรับน้องไปเลี้ยงได้ การเริ่มต้นที่ดีจะช่วยให้เหล่าทาสได้อิงลิช บูลด็อกที่แข็งแรง อารมณ์ดี และอยู่กับพ่อๆ แม่ๆ ได้อย่างมีความสุขไปอีกยาวนานครับ
อิงลิช บูลด็อก เป็นสุนัขที่นิสัยน่ารัก ใจดี และผูกพันกับเจ้าของมาก แม้จะต้องการการดูแลเป็นพิเศษทั้งเรื่องระบบหายใจ ผิวหนัง และการควบคุมน้ำหนัก แต่ถ้าเลี้ยงอย่างเข้าใจ เลือกอาหารให้เหมาะสม และดูแลสุขภาพสม่ำเสมอ น้องก็จะเป็นเพื่อนสี่ขาที่อยู่กับเราได้อย่างมีความสุขในระยะยาว
การเลือกอาหารที่ ย่อยง่าย อ่อนโยนต่อระบบทางเดินอาหาร และช่วยลดความเสี่ยงการแพ้ ถือเป็นหัวใจสำคัญของการดูแลอิงลิช บูลด็อก หากบ้านไหนกำลังมองหาอาหารที่ตอบโจทย์สายพันธุ์นี้ในทุกช่วงวัย Yora อาหารสุนัขจากโปรตีนแมลงคุณภาพสูง ก็เป็นอีกหนึ่งตัวเลือกที่ช่วยดูแลสุขภาพจากภายในได้อย่างลงตัว
น้องหมาที่เรารักควรได้กินของดี ๆ และมีสุขภาพดีจากภายใน ดูแลด้วยความเข้าใจ เลือกสิ่งที่ดีที่สุดให้เขา เลือก Yora เพื่อเพื่อนสี่ขาที่คุณรักกันนะครับ!


Gratitude for Gruha Lakshmi Yojana and Janani Suraksha Yojana. By easing financial burdens and promoting maternal healthcare, these schemes bring hope and security to countless families. They highlight the importance of supporting women as pillars of society. Thank you for investing in women’s dignity and a healthier future.
In the quiet spaces between thoughts, Scrandle appears ,a gentle companion for the wandering mind, turning fleeting whispers into seeds of serene inspiration.
In the fading evening light, they gather—the sound of leather, laughter, and loyal effort. This is the quiet rhythm of the Football Bros, where camaraderie is the true victory.