top of page
Search

สุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรีย อาหาร วิธีเลี้ยง [พร้อมราคา]

สุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรีย

ข้อมูลทั่วไปสำหรับสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

ถ้าพูดถึงน้องหมาที่เห็นปุ๊บก็จำได้เลย หนึ่งในนั้นต้องมีชื่อของน้องหมาบูลเทอร์เรียแน่นอนครับ ด้วยหน้าตาทรงไข่สุดเป็นเอกลักษณ์ บวกกับลุคที่ดูเท่ แข็งแรง และแอบกวน ๆ นิด ๆ ทำให้สายพันธุ์นี้มีเสน่ห์เฉพาะตัวแบบไม่เหมือนใครจริง ๆ 


แต่รู้ไหมว่า ภายใต้ลุคเท่ ๆ แบบนี้ บูลเทอร์เรียจริง ๆ แล้วเป็นหมาที่ขี้เล่น ติดเจ้าของ และรักครอบครัวมาก ๆ แถมยังเป็นสายพลังงานสูงที่พร้อมจะเล่นกับเราได้ทั้งวัน ถ้าใครกำลังมองหาเพื่อนสี่ขาที่ทั้งสนุก ซื่อสัตย์ และมีคาแรกเตอร์ชัดเจน บอกเลยว่าสายพันธุ์นี้ตอบโจทย์สุด ๆ


วันนี้ Yora Thailand จะพาเพื่อน ๆ มาทำความรู้จักสุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรียให้ครบทุกมุมกันครับ ตั้งแต่นิสัย วิธีเลี้ยง อาหารที่เหมาะในแต่ละวัย ไปจนถึงราคาคร่าว ๆ อ่านจบแล้วจะได้รู้เลยว่าน้องเหมาะกับเราหรือเปล่า ก่อนตัดสินใจรับมาเป็นสมาชิกใหม่ของบ้าน


ภาพรวมน้องหมาบูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

น้ำหนักเฉลี่ย

15-35 กิโลกรัม

ส่วนสูงเฉลี่ย

53-55 เซนติเมตร

อายุขัยเฉลี่ย

10-14 ปี

ลักษณะขน

ขนสั้น แข็ง และเรียบ

สีขน

สีขาว ดำ ขาวแต้มดำ ลายเสือ (brindle) สามสีผสมกัน และน้ำตาล


นิสัย

แสนรู้ ซื่อสัตย์ คล่องแคล่ว ตื่นตัว ว่องไว ติดเจ้าของ

โรคที่ต้องระวัง

  • โรคไตมีถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease: PKD)

  • ภาวะเลนส์ตาเคลื่อน (Primary Lens Luxation: PLL)

  • โรคผิวหนังกรรมพันธุ์รุนแรง (Lethal Acrodermatitis: LAD)

  • หูหนวกแต่กำเนิด (Congenital Deafness)

  • โรคผิวหนังและภูมิแพ้ (Skin Allergies & Autoimmune Skin Disease)

  • ไตอักเสบจากพันธุกรรม (Hereditary Nephritis)

  • ลิ้นหัวใจรั่ว (Mitral Valve Disease)

yora banner

ประวัติของสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

ถ้าย้อนกลับไปดูต้นกำเนิดของสุนัขบูลเทอร์เรีย ต้องพาเพื่อน ๆ กลับไปที่ประเทศอังกฤษในช่วงยุค 1800s ซึ่งเป็นช่วงที่มีการพัฒนาสายพันธุ์สุนัขเพื่อให้ตอบโจทย์ด้านพละกำลังและความคล่องตัวโดยเฉพาะ  สุนัขสายพันธุ์นี้จึงเกิดจากการนำสุนัขสายพันธุ์โบราณอย่าง Bulldog และ Terrier มาผสมกัน เพื่อให้ได้ลักษณะที่ทั้งแข็งแรง ว่องไว และพร้อมลุย


ในช่วงแรก บูลเทอร์เรียถูกเลี้ยงในบริบทของกิจกรรมที่ต้องใช้แรงและความอึดเป็นหลัก แต่เมื่อยุคสมัยเปลี่ยนไป กิจกรรมเหล่านั้นเริ่มถูกยกเลิก ทำให้บทบาทของสุนัขสายพันธุ์นี้ค่อย ๆ เปลี่ยนตาม จากเดิมที่เน้นใช้งาน ก็เริ่มกลายมาเป็นสุนัขเลี้ยงมากขึ้น


ต่อมาในช่วงกลางศตวรรษที่ 19 มีการพัฒนาสายพันธุ์ครั้งสำคัญโดยนักเพาะพันธุ์ชาวอังกฤษที่ต้องการให้บูลเทอร์เรียมีภาพลักษณ์ที่ดูดีขึ้น เขาจึงปรับทั้งรูปร่างและบุคลิกของสุนัขให้มีความสมส่วน ดูสง่างาม และเป็นมิตรกับคนมากขึ้น จนเกิดเป็นเอกลักษณ์อย่าง “หัวทรงโค้งรูปไข่” ที่เราคุ้นตากันในปัจจุบัน


หลังจากนั้นไม่นาน บูลเทอร์เรียก็เริ่มได้รับความนิยมในกลุ่มคนเมืองและชนชั้นสูง ด้วยลุคที่โดดเด่นไม่เหมือนใคร และนิสัยที่เข้ากับคนได้ดีมากขึ้น ทำให้น้องกลายเป็นทั้งสุนัขเลี้ยงและสุนัขประกวดในเวลาเดียวกัน


จากสุนัขที่เคยถูกพัฒนาเพื่อความแข็งแกร่งในอดีต วันนี้บูลเทอร์เรียได้กลายมาเป็นเพื่อนคู่ใจของใครหลายคน ด้วยทั้งคาแรกเตอร์ที่ชัดเจน ความขี้เล่น และความผูกพันกับเจ้าของแบบเต็มร้อย นี่แหละครับเสน่ห์ที่ทำให้สายพันธุ์นี้ยังคงได้รับความนิยมมาจนถึงทุกวันนี้


สุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรียสีขาวแต้มน้ำตาล

ลักษณะนิสัยของสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

ถ้าจะให้สรุปนิสัยของบูลเทอร์เรีย แบบสั้น ๆ คำเดียวคือ “ตัวตึง” เลยครับ เพราะน้องเป็นสุนัขที่มีคาแรกเตอร์ชัดมาก ทั้งขี้เล่น พลังงานสูง และมีความเป็นตัวของตัวเองสุด ๆ


บูลเทอร์เรียเป็นหมาที่ชอบความสนุก ชอบเล่น และแทบจะไม่อยู่นิ่ง ถ้ามีเจ้าของที่ชอบทำกิจกรรม ไม่ว่าจะเป็นวิ่งเล่น เดิน หรือเล่นเกมกับน้อง บอกเลยว่าเข้ากันได้ดีมาก เพราะสายพันธุ์นี้พร้อมลุยตลอดเวลา


อีกหนึ่งนิสัยเด่นคือ “ติดเจ้าของ” ครับ น้องมักจะผูกพันกับคนในบ้านมาก ชอบอยู่ใกล้ ๆ และอยากมีส่วนร่วมกับทุกกิจกรรมในชีวิตประจำวัน ไม่ว่าจะนั่งทำงาน ดูทีวี หรือเดินไปไหน น้องก็พร้อมจะตามไปเป็นเงาเลยทีเดียว


แต่ในความน่ารักก็มีความท้าทายอยู่เหมือนกัน เพราะบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขที่ฉลาดก็จริง แต่ก็มีความดื้อและอินดี้ในตัว การฝึกจึงต้องใช้ความสม่ำเสมอและความใจเย็นพอสมควร แนะนำให้ใช้วิธีฝึกแบบให้รางวัล (positive reinforcement) จะช่วยให้น้องเรียนรู้ได้ดีและไม่ต่อต้าน


นอกจากนี้ น้องยังเป็นสุนัขที่ค่อนข้างขี้เบื่อ ถ้าปล่อยให้อยู่เฉย ๆ หรือขาดการกระตุ้นทั้งทางร่างกายและสมอง อาจทำให้เกิดพฤติกรรมซนหรือทำลายข้าวของได้ ดังนั้นการหากิจกรรมให้ทำ เช่น ของเล่นฝึกสมอง หรือการฝึกคำสั่งใหม่ ๆ จะช่วยให้น้องมีความสุขมากขึ้น


โดยรวมแล้วสุนัขบูลเทอร์เรีย เหมาะกับเจ้าของที่มีเวลา มีพลัง และพร้อมจะใช้ชีวิตแบบแอคทีฟไปด้วยกัน ถ้าเลี้ยงอย่างเข้าใจธรรมชาติของน้อง รับรองว่าจะได้เพื่อนสี่ขาที่ทั้งกวน น่ารัก และรักเราสุดใจเลยครับ 



มาตรฐานสายพันธุ์เเละลักษณะทางร่างกายที่ดีสำหรับสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

หนึ่งในเสน่ห์ที่ทำให้บูลเทอร์เรีย แตกต่างจากสุนัขสายพันธุ์อื่นแบบชัดเจน คือรูปลักษณ์ที่เห็นแล้วรู้เลย โดยเฉพาะศีรษะทรงโค้งคล้ายไข่ (egg-shaped head) ที่ไม่มีช่วงหยุดของหน้าผาก ไม่มีมุมหักชัดแบบหมาทั่วไป พอรวมกับช่วงจมูกที่ยื่นออกมาเล็กน้อย ยิ่งทำให้ลุคโดยรวมดูเฉียบ เท่ และมีเอกลักษณ์สุด ๆ


ดวงตาของน้องจะมีขนาดเล็ก รูปทรงสามเหลี่ยม และค่อนข้างลึกและมักเป็นสีเข้ม จึงให้ความรู้สึกคมและตื่นตัวอยู่ตลอดเวลา ขณะที่ใบหูจะตั้งตรง ดูกระฉับกระเฉง อยู่ค่อนข้างชิดกัน สื่อถึงความพร้อมลุยในแบบของสายพันธุ์นี้


โครงสร้างร่างกายโดยรวมจะออกแน่นและกระชับ มีกล้ามเนื้อชัดเจนตั้งแต่ช่วงคอ อก ไปจนถึงลำตัว ทำให้บูลเทอร์เรียดูแข็งแรงและทรงพลังในทุกการเคลื่อนไหว อีกทั้งยังมีจังหวะการเดินที่มั่นคง คล่องตัว และดูมั่นใจเป็นธรรมชาติ


ส่วนหาง จะมีขนาดไม่ยาวมาก โคนหางวางต่ำกว่าระดับหลังเล็กน้อย และมักชี้ไปด้านหลังในแนวราบ ไม่ตั้งชัน


ในเรื่องขน บูลเทอร์เรียมีขนสั้น เรียบ และแนบลำตัว ดูแลง่าย สีขนมีให้เลือกหลากหลาย เช่น สีขาว ดำ น้ำตาล แดง หรือแบบลาย ซึ่งแต่ละแบบก็มีเสน่ห์ต่างกันไป


ขนาดตัวของบูลเทอร์เรียอยู่ในกลุ่มสุนัขขนาดกลาง โดยมีความสูงเฉลี่ยประมาณ 53–55 เซนติเมตร และน้ำหนักราว 15–35 กิโลกรัม ขึ้นอยู่กับเพศและโครงสร้างต้นกำเนิดของแต่ละตัว


สุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรียสีขาวลายเสือ

โรคที่ต้องระวังในสุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

  • หูหนวกแต่กำเนิด (Congenital Deafness) ถือเป็นโรคที่พบได้ค่อนข้างบ่อยในบูลเทอร์เรีย โดยเฉพาะตัวที่มีขนสีขาวล้วน ซึ่งเกี่ยวข้องกับยีนสีขนและการพัฒนาของหูชั้นใน น้องอาจไม่ได้ยินข้างเดียวหรือทั้งสองข้าง และบางครั้งอาจสังเกตได้ยากในช่วงแรก จำเป็นต้องใช้การตรวจเฉพาะทาง เช่น BAER test เพื่อยืนยัน


  • โรคไตมีถุงน้ำ (Polycystic Kidney Disease: PKD) โรคนี้เกิดจากความผิดปกติทางพันธุกรรมที่ทำให้มีถุงน้ำเล็ก ๆ เกิดขึ้นภายในไตหลายจุด และค่อย ๆ ขยายตัวจนไปกระทบการทำงานของไตในระยะยาว ช่วงแรกอาจยังไม่เห็นอาการชัด แต่เมื่อโรคลุกลาม น้องอาจมีอาการปัสสาวะบ่อย น้ำหนักลด หรือดูอ่อนแรงลงได้ การคัดกรองด้วยการตรวจสุขภาพหรือตรวจต DNA ตั้งแต่พ่อแม่พันธุ์จึงสำคัญมาก


  • ไตอักเสบจากพันธุกรรม (Hereditary Nephritis) เป็นอีกหนึ่งโรคที่ส่งผลต่อไตโดยตรง ทำให้การทำงานของไตเสื่อมลงเร็วกว่าปกติ บางตัวอาจเริ่มมีอาการตั้งแต่อายุยังน้อย เช่น ซึม เบื่ออาหาร หรือมีความผิดปกติในการขับถ่าย แม้จะพบไม่บ่อยเท่า PKD แต่ก็ยังเป็นโรคที่ควรเฝ้าระวัง


  • ภาวะเลนส์ตาเคลื่อน (Primary Lens Luxation: PLL) เป็นโรคดวงตาสุนัขที่เกิดจากโครงสร้างที่ยึดเลนส์เสื่อมเร็วกว่าปกติ ทำให้เลนส์หลุดจากตำแหน่งเดิม ส่งผลให้น้องรู้สึกระคายเคืองตา น้ำตาไหล หรือเจ็บตาได้ หากปล่อยไว้อาจกระทบการมองเห็นถึงขั้นตาบอดได้


  • ลิ้นหัวใจรั่ว (Mitral Valve Disease) โรคหัวใจที่เกี่ยวข้องกับการทำงานของลิ้นหัวใจฝั่งซ้าย เมื่อเกิดความผิดปกติ เลือดอาจไหลย้อนกลับ ทำให้หัวใจทำงานหนักขึ้น อาการที่พบได้ เช่น เหนื่อยง่าย ไอ หรือไม่ค่อยอยากออกกำลังกาย มักพบในสุนัขที่มีอายุมาก แต่บางตัวก็อาจมีแนวโน้มตั้งแต่อายุยังน้อยได้เช่นกัน


  • โรคผิวหนังกรรมพันธุ์รุนแรง (Lethal Acrodermatitis: LAD) เป็นโรคที่พบในลูกสุนัขบางตัว โดยจะเห็นความผิดปกติทั้งผิวหนังและการเจริญเติบโต เช่น ผิวแห้งลอก ขนซีดผิดปกติ โครงสร้างขาไม่สมส่วน และโตช้ากว่าปกติ โรคนี้ไม่มีวิธีรักษาและมักส่งผลต่อคุณภาพชีวิตในระยะสั้น การคัดเลือกพ่อแม่พันธุ์ที่ไม่มียีนแฝงจึงเป็นวิธีป้องกันที่ดีที่สุด


  • โรคผิวหนังและภูมิแพ้ (Skin Allergies & Autoimmune Skin Disease) บูลเทอร์เรียถือเป็นสายพันธุ์ที่ผิวค่อนข้างไวต่อสารก่อภูมิแพ้ ทำให้มีโอกาสเกิดอาการแพ้หรือปัญหาผิวหนังได้ง่าย เช่น คัน ผื่นแดง หรือขนร่วง โดยอาจมีสาเหตุมาจากอาหาร สิ่งแวดล้อม หรือระบบภูมิคุ้มกันที่ไวเกินไป การดูแลความสะอาด เลือกอาหารที่เหมาะสม และหลีกเลี่ยงสิ่งกระตุ้น จะช่วยลดความเสี่ยงได้มาก


อ่านต่อ:


อาหารที่เหมาะสมสำหรับสุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)


ลูกสุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรีย

เพราะบูลเทอร์เรีย เป็นสุนัขที่พลังงานสูง มีกล้ามเนื้อแน่น และมีแนวโน้มผิวแพ้ง่าย การเลือกอาหารให้เหมาะกับแต่ละช่วงวัยจึงสำคัญมาก ไม่ใช่แค่ให้อิ่ม แต่ต้องช่วยดูแลทั้งกล้ามเนื้อ ระบบย่อย และสุขภาพโดยรวมในระยะยาวด้วย


อาหารสำหรับลูกสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย ช่วงอายุ 1-3 เดือน

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่ร่างกายกำลังโตเร็วมาก ลูกสุนัขบูลเทอร์เรียต้องการสารอาหารที่ช่วยสร้างรทั้งกล้ามเนื้อ กระดูก และภูมิคุ้มกัน ควรเลือกอาหารสำหรับลูกสุนัขที่มีโปรตีนคุณภาพสูง ย่อยง่าย และมีแร่ธาตุอย่างแคลเซียมกับฟอสฟอรัสในสัดส่วนที่เหมาะสม เพื่อช่วยให้โครงสร้างร่างกายแข็งแรงตั้งแต่ต้น นอกจากนี้สูตรอาหารควรอ่อนโยนต่อระบบย่อย เพื่อลดโอกาสท้องเสียหรือแพ้อาหารที่อาจเกิดขึ้นได้ในวัยนี้


อาหารสำหรับสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรียโตเต็มวัย ช่วงอายุ 1 ปี

เมื่อเข้าสู่วัยโตเต็มวัย บูลเทอร์เรียยังคงเป็นสายแอคทีฟที่ใช้พลังงานเยอะ อาหารที่เหมาะจึงควรช่วยทั้งรักษากล้ามเนื้อและควบคุมน้ำหนักไปพร้อมกัน


แนะนำให้เลือกสูตรที่มีโปรตีนคุณภาพดีในระดับเหมาะสม และไขมันไม่สูงเกินไป เพื่อป้องกันน้ำหนักเกิน ซึ่งอาจส่งผลต่อข้อต่อในระยะยาว แหล่งโปรตีนอย่างปลา ไก่ หรือแกะ จะช่วยลดโอกาสแพ้ได้ดี โดยเฉพาะในน้องที่มีผิวบอบบาง อีกจุดสำคัญคือควรเลือกคาร์โบไฮเดรตที่ย่อยง่ายเพื่อให้พลังงานแบบค่อยเป็นค่อยไป และไม่หนักระบบย่อย



อาหารสำหรับสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย สูงวัย อายุ 7 ปี ขึ้นไป

เมื่อบูลเทอร์เรียเข้าสู่วัยสูงอายุ ระบบเผาผลาญจะเริ่มช้าลง แต่ยังคงต้องการสารอาหารที่ช่วยดูแลร่างกายในระยะยาว อาหารในช่วงนี้ควรเป็นสูตรสำหรับสุนัขสูงวัย คือลดปริมาณแคลอรีลง แต่ยังคงโปรตีนคุณภาพดีไว้ เพื่อช่วยรักษามวลกล้ามเนื้อ พร้อมเสริมสารอาหารที่ช่วยดูแลข้อและการเคลื่อนไหว เช่น กลูโคซามีน และโอเมก้า 3 ที่ช่วยลดการอักเสบ นอกจากนี้ ควรมีไฟเบอร์ในระดับพอเหมาะ เพื่อช่วยเรื่องระบบขับถ่าย และเลือกสูตรที่ย่อยง่าย เพื่อให้ร่างกายดูดซึมสารอาหารได้ดีขึ้นในวัยที่ระบบย่อยเริ่มทำงานช้าลง


วิธีการดูแลสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

การเลี้ยงบูลเทอร์เรีย ให้สุขภาพดีและนิสัยน่ารัก ไม่ได้ขึ้นอยู่แค่เรื่องอาหารอย่างเดียว แต่ “การดูแลในแต่ละช่วงวัย” ก็สำคัญไม่แพ้กันครับ โดยเฉพาะสายพันธุ์ที่พลังงานสูงและคาแรกเตอร์ชัดแบบนี้ ยิ่งต้องเลี้ยงให้ถูกตั้งแต่ยังเล็ก


การดูแลลูกสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย ช่วงอายุ 4-7 เดือน

ช่วงวัยนี้เป็นช่วงที่น้องเริ่มซน เริ่มเรียนรู้ และเริ่มมีพลังงานมากขึ้น การฝึกจึงควรเริ่มอย่างจริงจังตั้งแต่ตอนนี้


ควรเริ่มจากคำสั่งพื้นฐาน เช่น นั่ง คอย มา และเดินตาม โดยใช้วิธีฝึกแบบให้รางวัล เพื่อให้น้องเชื่อมโยงการเรียนรู้กับประสบการณ์ที่ดี นอกจากช่วยให้ฝึกง่ายขึ้น ยังช่วยลดพฤติกรรมดื้อในอนาคตได้ด้วย


อีกเรื่องที่สำคัญคือการ “เข้าสังคม” ควรพาน้องไปเจอผู้คน สัตว์ หรือสภาพแวดล้อมใหม่ ๆ อย่างเหมาะสม เพื่อให้น้องคุ้นเคยและไม่กลัวสิ่งแปลกใหม่เมื่อโตขึ้น


รวมถึงควรเริ่มสร้างกิจวัตรประจำวันให้ชัดเจน เช่น เวลาอาหาร เวลาเล่น และเวลาพักผ่อน เพราะบูลเทอร์เรียเป็นสุนัขที่ชอบความเป็นระเบียบ ยิ่งมีกิจวัตรที่ชัด น้องจะยิ่งปรับตัวได้ดี


ในด้านสุขภาพ อย่าลืมพาน้องไปฉีดวัคซีนตามช่วงวัย และถ่ายพยาธิอย่างสม่ำเสมอ เพื่อป้องกันโรคพื้นฐานและเสริมภูมิคุ้มกันตั้งแต่ยังเล็ก ซึ่งจะช่วยลดความเสี่ยงโรคในอนาคตได้มาก


การดูแลสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย โตเต็มวัย อายุ 1 ปีขึ้นไป

เมื่อเข้าสู่วัยโตเต็มวัย บูลเทอร์เรียจะกลายเป็นหมาที่พลังงานล้นแบบเต็มตัว การออกกำลังกายจึงเป็นสิ่งที่ขาดไม่ได้ ควรพาน้องทำกิจกรรมอย่างน้อยวันละ 40–60 นาที เช่น เดินเร็ว วิ่ง หรือเล่นเกมต่าง ๆ เพื่อช่วยระบายพลังและลดความเครียด


นอกจากกิจกรรมทางร่างกายแล้วการกระตุ้นสมองก็สำคัญไม่แพ้กัน เช่น การฝึกคำสั่งใหม่ ๆ หรือใช้ของเล่นฝึกทักษะ เพราะถ้าน้องเบื่อหรือไม่มีอะไรทำอาจนำไปสู่พฤติกรรมซนหรือทำลายข้าวของได้


อีกเรื่องที่เจ้าของหลายคนมองข้ามคือการปล่อยให้อยู่ลำพังนานเกินไป บูลเทอร์เรียเป็นสุนัขที่ติดเจ้าของและต้องการความใกล้ชิด หากถูกปล่อยปละละเลยบ่อย ๆ น้องอาจเกิดความเครียด เหงา และแสดงออกผ่านพฤติกรรมดื้อ ซน หรือเรียกร้องความสนใจมากขึ้นได้


ในด้านสุขภาพ ควรพาน้องฉีดวัคซีนกระตุ้นตามกำหนด ถ่ายพยาธิเป็นประจำ และตรวจสุขภาพทุกปี รวมถึงดูแลช่องปากและควบคุมน้ำหนักให้อยู่ในเกณฑ์ เพื่อป้องกันปัญหาข้อต่อและโรคเรื้อรังในระยะยาว


สุดท้ายคือเรื่องพื้นที่และเวลา บูลเทอร์เรียไม่เหมาะกับการเลี้ยงแบบปล่อยให้อยู่เฉย ๆ ทั้งวัน เจ้าของควรมีเวลาให้ และมีพื้นที่ให้น้องได้ขยับตัวอย่างเพียงพอ เพื่อให้เขาได้ใช้พลังงานอย่างเหมาะสมและมีความสุขในทุกวันครับ 


สุนัขสายพันธุ์บูลเทอร์เรียสีขาวกำลังเดินเล่นในสนามหญ้า

ราคาสุนัขพันธุ์บูลเทอร์เรีย (Bull Terrier)

สำหรับใครที่กำลังสนใจเลี้ยงบูลเทอร์เรีย เรื่องราคาถือเป็นอีกหนึ่งปัจจัยสำคัญที่ควรรู้ไว้ก่อนครับ เพราะราคาของสายพันธุ์นี้มีความแตกต่างกันพอสมควร ขึ้นอยู่กับหลายปัจจัย


โดยทั่วไปแล้ว ราคาบูลเทอร์เรียในประเทศไทยจะอยู่ประมาณ


  • ฟาร์มทั่วไป: ประมาณ 10,000 – 20,000 บาท

  • มีใบเพ็ดดีกรี / สายเลือดชัด: ประมาณ 30,000 – 40,000 บาท

  • สายประกวด / นำเข้า: อาจสูงกว่า 40,000 บาทขึ้นไป


ราคาจะขึ้นอยู่กับปัจจัยต่าง ๆ เช่น สายเลือดของพ่อแม่ ฟาร์มผู้เพาะเลี้ยง ความสมบูรณ์ของลูกสุนัข รวมถึงการมีเอกสารรับรองสายพันธุ์ (Pedigree)


นอกจากราคาค่าตัวแล้ว อย่าลืมเผื่องบสำหรับค่าใช้จ่ายระยะยาวด้วย เช่น ค่าอาหาร ค่าวัคซีน ค่ารักษาพยาบาล และอุปกรณ์ต่าง ๆ เพราะการเลี้ยงสุนัขไม่ว่าจะสายพันธุ์ไหนก็ตามให้สุขภาพดี ต้องมีการดูแลอย่างต่อเนื่องนะครับ


ทั้งนี้แนะนำว่า ก่อนตัดสินใจซื้อ ควรเลือกฟาร์มที่เชื่อถือได้ มีการดูแลสุขภาพลูกสุนัขอย่างเหมาะสม และสามารถให้ข้อมูลเรื่องวัคซีนหรือประวัติสุขภาพได้ครบ จะช่วยให้เราได้น้องที่แข็งแรง และลดความเสี่ยงปัญหาในอนาคตครับ



บูลเทอร์เรีย เป็นสุนัขที่มีเสน่ห์เฉพาะตัวทั้งลุคและนิสัย ด้วยความขี้เล่น พลังงานสูง และความผูกพันกับเจ้าของ ทำให้น้องเป็นเพื่อนคู่ใจที่เติมสีสันให้บ้านได้แบบไม่เหงาแน่นอน แต่ในขณะเดียวกันก็เป็นสายพันธุ์ที่ต้องการ “เวลา ความใส่ใจ และความเข้าใจ” จากเจ้าของพอสมควร ทั้งเรื่องการฝึก การออกกำลังกาย และการดูแลสุขภาพในระยะยาว


ถ้าเลี้ยงอย่างถูกวิธี ตั้งแต่เลือกอาหารที่เหมาะกับช่วงวัย ดูแลเรื่องวัคซีนและสุขภาพ ไปจนถึงให้เวลาและกิจกรรมที่เพียงพอ บูลเทอร์เรียก็จะเติบโตเป็นน้องหมาที่ทั้งแข็งแรง นิสัยดี และอยู่กับเราได้อย่างมีความสุขไปอีกนาน


และสำหรับใครที่กำลังมองหาอาหารสุนัขคุณภาพดีสำหรับบูลเทอร์เรีย เราขอแนะนำ Yora  อาหารสุนัขเกรด Holistic จากประเทศอังกฤษ ที่ใช้โปรตีนจากแมลงธรรมชาติเป็นแหล่งโปรตีนหลัก ช่วยย่อยง่าย ลดโอกาสแพ้อาหาร เหมาะกับน้องหมาที่ผิวบอบบางหรือมีระบบย่อยไวแบบบูลเทอร์เรียได้เป็นอย่างดี


เพราะอาหารที่ดี ไม่ใช่แค่ทำให้อิ่ม แต่คือการดูแลสุขภาพน้องหมาให้แข็งแรงจากภายใน และอยู่กับเราไปได้ยาว ๆ อย่างมีคุณภาพในทุกวันครับ 


yora banner

 
 
 

Comments


bottom of page